ค่าตั๋วเข้าชมเกมของ 20 สนามในพรีเมียร์ลีก

เชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลหลายคนในเมืองไทยในตอนนี้กำลังวางแผนในใจว่าจะเก็บเงินบินลัดฟ้าไปเชียร์ทีมโปรด โดยเฉพาะแฟนบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่อาจกำลังรวบรวมข้อมูลการเดินทาง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้งวันหยุดเหมาะ ๆ ให้ลงล็อกสมความตั้งใจ เพื่อเป็นการสนับสนุนความฝันเหล่านั้นเราจึงได้นำข้อมูลเกี่ยวกับราคาตั๋วเข้าชมเกมของแต่ละสนามในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019 มาฝากกันไล่เรียงจากสนามที่มีค่าเข้าชมถูกที่สุดไปจนถึงสนามที่มีค่าเข้าชมแพงที่สุดตามลำดับครบทั้ง 20 สนามดังนี้

อันดับที่ 1 สนาม Bramall Lane ทีม Sheffield United ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,813 บาท

อันดับที่ 2 สนาม Turf Moor ทีม Burnley FC ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 16,745 บาท

อันดับที่ 3 สนาม Goodison Park ทีม Everton ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 17,004 บาท

อันดับที่ 4 สนาม King Power Stadium ทีม Leicester City ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 17,695 บาท

อันดับที่ 5 สนาม Villa Park ทีม Aston Villa ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 17,850 บาท

อันดับที่ 6 สนาม Molineux Stadium ทีม Wolverhampton Wanderers ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 19,352 บาท

อันดับที่ 7 สนาม Carrow Road ทีม Norwich City ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,716 บาท

อันดับที่ 8 สนาม Vicarage Road ทีม Watford ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 21,027 บาท

อันดับที่ 9 สนาม St. James’ Park ทีม Newcastle United ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 21,200 บาท

อันดับที่ 10 สนาม St Mary’s Stadium ทีม Southampton ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 21,648 บาท

อันดับที่ 11 สนาม Etihad Stadium ทีม Manchester City ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22,011 บาท

อันดับที่ 12 สนาม London Stadium ทีม West Ham United ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22,356 บาท

อันดับที่ 13 สนาม Vitality Stadium ทีม AFC Bournemouth ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22,615 บาท

อันดับที่ 14 สนาม AMEX Stadium ทีม Brighton & Hove Albion ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 23,824 บาท

อันดับที่ 15 สนาม Selhurst Park ทีม Crystal Palace ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 24,342 บาท

อันดับที่ 16 สนาม Old Trafford ทีม Manchester United ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25,585 บาท

อันดับที่ 17 สนาม Anfield ทีม Liverpool ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 26,068 บาท

อันดับที่ 18 สนาม Stamford Bridge ทีม Chelsea ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 31,851 บาท

อันดับที่ 19 สนาม Emirates Stadium ทีม Arsenal ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 45,904 บาท

อันดับที่ 20 สนาม Tottenham Hotspur Stadium ทีม Tottenham Hotspur ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 48,166 บาท

ราคาตั๋วเข้าชมนี้คือราคาเฉลี่ยจากการนำเอาราคาค่าตั๋วเข้าชมแบบแพงที่สุดและราคาถูกสุดมาคำนวนหาราคากลางดังนั้นในบางเกมราคาตั๋วอาจจะถูกลงกว่านี้หรือแพงกว่านี้ก็เป็นไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเกมนั้น ๆ ผู้มาเยือนเป็นทีมขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ด้วย ซึ่งราคาเฉลี่ยดังกล่าวยังไม่ได้ถูกคำนวณส่วนลดและการเหมาซื้อที่จะทำให้ราคาถูกลงไปอีก สำหรับใครที่วางแผนล่วงหน้าไว้แล้วและมีปัจจัยเพียงพอแนะนำว่าควรรีบจองตั๋วหลังจากพรีเมียร์ลีกประกาศตารางการแข่งขันเลยจะเป็นการดีที่สุด เพราะหากเริ่มเปิดฤดูกาลอาจจะมีการปรับขึ้นราคามากกว่านี้โดยเฉพาะในเกมที่ทีมใหญ่ต้องพบกันเอง

เบียร์ ไส้กรอก กับสุดยอดประสบการณ์ในซิกนัล อิดูน่า พาร์ค

“เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนแม้จะไม่ใช่ทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลบุนเดสลีก้าเฉกเช่นบาเยิร์น มิวนิคแถมยังถูกมองว่าเป็นทีมอันดับสองตลอดกาลของฟุตบอลเยอรมัน ความสำเร็จด้านถ้วยรางวัลของทีมเสือเหลืองเองก็เทียบไม่ได้กับทีมใหญ่ ๆ ในยุโรป ทว่าสนามซิกนัล อิดูน่า พาร์คหรือเวสต์ฟาเล่น สตาดิโอนของดอร์ทมุนกลับเป็นสนามอันดับหนึ่งในดวงใจของแฟนบอลทั่วโลก เป็นความใฝ่ฝันของหลาย ๆ คนแม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนบอลของทีมก็ตาม ดังนั้นคงจะพลาดมหันต์ถ้าเราจะไม่หยิบยกเรื่องราวเจ๋ง ๆ ของสนามฟุตบอลแห่งนี้มาฝากกัน

สนามซิกนัล อิดูน่ามีความพิเศษตั้งแต่บริเวณรอบสนาม ก่อนการแข่งขันนักท่องเที่ยวสามารถหาอาหารและเครื่องดื่มชั้นดีทานอุ่นเครื่องก่อนเข้าไปชมเกมได้ Fan Shop รอบสนามจะตกแต่งด้วยสีเหลืองดำและโลโก้ของสโมสรซึ่งแฟนช็อปนี่ก็เป็นอะไรที่เจ๋งสุด ๆ เพราะเหมือนตลาดนัดอาหารขนาดย่อม ๆ สามารถหาอาหารท้องถิ่นฉบับคนเยอรมันทานได้ไม่รู้จบ จนฟุตบอลเริ่มเตะแล้วบางคนยังไม่อยากเข้าสนามเพราะสาละวนอยู่กับของอร่อยเหล่านั้น นอกจากเครื่องดื่มขึ้นชื่ออย่างเบียร์แล้วการไปเยือนถึงถิ่นต้นตำรับแห่งไส้กรอกจึงไม่ควรพลาดไส้กรอกย่างหอม ๆ ที่วางขายอยู่ทั่วเต็มไปหมด ไส้กรอกแต่ละร้านรสชาติจะไม่เหมือนกันเพราะเป็นไส้กรอกโฮมเมดที่ปรุงตามสูตรเฉพาะของแต่ละร้าน การรับประทานก็ต่างกันบางร้านให้ทานเปล่า ๆ ทานคู่กับขนมปัง บางร้านเสิร์ฟคู่กับชีส หลายคนอาจถึงกับเลือกไม่ถูกเพราะมองไปทางไหนก็ละลานตาน่ากินไปเสียหมด

พูดถึงเรื่องนอกสนามแล้วทีนี้เรามาพูดถึงเรื่องในสนามกันบ้าง สนามซิกนัล อิดูน่า พาร์คคือหนึ่งในสิบสังเวียนแข้งที่มีความจุมากที่สุดในยุโรปโดยมีความจุเกินกว่า 80,000 ที่นั่งมากกว่าสนามของทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปเสียด้วยซ้ำ ที่น่าทึ่งคือมีบ่อยครั้งที่ทีมอันดับสองของเยอรมันสามารถขายตั๋วได้หมดเกลี้ยงผู้ชมเต็มความจุของสนาม และหากใครมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในสนามจะทราบดีว่าสัมผัสแรกที่รู้สึกได้คืออาการขนลุกเพราะจุดขายสำคัญของสถานที่แห่งนั้นคือการเชียร์ฟุตบอลของแฟนบอลที่เต็มไปด้วยแพสชั่น เสียงเชียร์ของแฟนบอลทีมนี้ดังกึกก้องตลอดเก้าสิบนาทีและเสียงเชียร์นั้นดังสม่ำเสมอไม่มีแผ่วลงไปแม้ทีมจะประสบกับความพ่ายแพ้ก็ตาม

หลายปีที่แล้วมีสกู๊ปข่าวสั้น ๆ จากสำนักข่าวแห่งหนึ่งรายงานว่าเจ้าหน้าที่ดูแลสนามซิกนัล อิดูน่าถึงขั้นต้องเปลี่ยนไปใช้แผ่นอะครีลิกและกระจกกันกระสุนแทนกระจกธรรมดาที่ปริแตกเพราะต้านทานการกระทบจากคลื่นเสียงไม่ได้คิดดูก็แล้วกันว่าเสียงเชียร์ของแฟนบอลทีมเสือเหลืองดังกระหึ่มขนาดไหน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่หลายคนเฝ้าฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสอยู่ท่ามกลางกองเชียร์ที่ดีที่สุดในโลกสักครั้งในชีวิต

ร้านอาหารที่เต็มไปด้วยของสะสมเกี่ยวกับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

ความหอมหวานจากความสำเร็จคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมาของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลทำให้แฟนบอลยังคงมีความสุขมาจนถึงบัดนี้ ระยะเวลาหลายสิบปีที่สโมสรฟุตบอลจากถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์ไขว่คว้าหาความสำเร็จเรื่อยมามีทั้งทุกข์และสุข ผ่านความล้มเหลว ผ่านอุปสรรคมากมายจนได้สุขสมหวังอย่างยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าเรื่องเล่าเรื่องพูดคุยจึงมีไม่จบไม่สิ้นและสถานที่สำหรับพบปะพูดคุยคงจะเป็นการดีถ้าได้ย้อนไปดูวันวานของสโมสรไปด้วยคุยกันไปด้วยวันนี้เราจึงมีร้านอาหารสำหรับย้อนความทรงจำของพลพรรคเดอะ ค็อปในกรุงเทพฯ มาแนะนำให้รู้จักกัน

ร้าน “Liverpool” เป็นร้านอาหารจีนแต้จิ๋วและอาหารตามสั่ง แหม…แค่ชื่อร้านก็บอกแล้วว่าเจ้าของร้านคลั่งไคล้ทีมเครื่องจักรสีแดงเข้าเส้นขนาดไหน ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าจะไปผิดร้านหรือหาร้านไม่เจอเพราะคอนเซ็ปต์ของร้านนี้ชัดเจนเห็นแต่ไกลผนังแทบทุกด้านเต็มไปด้วยของที่ระลึกจากสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล สำหรับวัยรุ่นที่เพิ่งเป็นสาวกของทีมหงส์แดงเข้าไปในร้านคงจะตื่นตาตื่นใจเป็นอันมากเพราะสามารถศึกษาประวัติความเป็นมาของสโมสรเมื่อครั้งอดีตได้อีกด้วย ส่วนแฟนบอลร่วมสมัยที่ทันยุคหวานอมขมกลืนมาเช่นเดียวกับเจ้าของร้านจะได้รับความทรงจำเมื่อครั้งวันวานกลับคืนมาผ่านชุดแข่ง ผ้าพันคอ ภาพนักเตะและของที่ระลึกจากทางสโมสร เรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์กึ่งร้านอาหารก็คงได้

ร้าน Liverpool ไม่ได้มีดีแค่ของสะสมเท่านั้นหากแต่อาหารยังเลิศรสอีกด้วยส่วนใหญ่เป็นอาหารที่เหมาะจะเป็นกับข้าวทานกับข้าวสวยหรือข้าวต้มโดยเมนูของร้านก็เป็นเมนูทั่วไปที่พบเห็นได้ตามร้านข้าวต้มหรืออาหารตามสั่งเช่นต้มยำ ผัดเนื้อน้ำมันหอย ผัดกระเพรา หรือเมนูต้ม ผัด ทอดแบบต่าง ๆ ถึงแม้เมนูจะไม่ได้มีความแตกต่างจากร้านอาหารทั่วไปแต่ร้านนี้มีความเด็ดขาดที่รสชาติซึ่งชุมชนตลาดสวนหลวงและชุมชนถนนจันทร์รู้กันเป็นอย่างดี ถึงขนาดที่ว่าร้านย้ายจากตลาดสวนหลวงไปเปิดที่ถนนจันทร์ยังมีลูกค้าเก่าตามไปใช้บริการไม่ขาดสาย ร้านนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลเพียงกลุ่มเดียวแต่ยังเป็นขวัญใจของคุณน้า คุณอา ชาวไทยเชื้อสายจีนที่มักจะแวะเวียนไปทานอาหารแต้จิ๋วกันทั้งครอบครัวดังนั้นไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลลิเวอร์พูล แฟนบอลทีมอื่น ๆ หรือไม่ได้เป็นแฟนบอลทีมใดเลยก็สามารถไปใช้บริการได้เช่นกันทางร้านเต็มใจให้บริการลูกค้าทุกท่านอย่างแน่นอน

ต้องบอกก่อนเลยว่าทางร้าน Liverpool ไม่ได้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลให้ชมแต่อย่างใดเพราะไม่ได้เป็นร้านที่เน้นจุดขายตรงนั้น แต่หากใครสนใจรสชาติอาหารถูกปากอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลผ่านของสะสมหาดูยากอย่าลืมแวะเวียนไปอุดหนุนที่ร้าน Liverpool ตั้งอยู่ที่ ถนนจันทน์ กรุงเทพมหานคร (ระหว่าง ซอยจันทน์19 กับ 21 ติดกับโรงรับจำนำ)

อุทาหรณ์จากเหตุสุดสลดในการแข่งขันดื่มเบียร์

ต้นเดือนกรกฏาคม 2562 ที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวอันน่าหดหู่ที่เกิดขึ้นในการแข่งขันดื่มเบียร์ภายในงานเลี้ยงหนึ่ง ณ.อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ภายหลังความสูญเสียที่ปรากฏเป็นข่าวดังนี้ก่อให้เกิดความตื่นตัวในการกระจายความรู้สู่ประชาชนจากหลายภาคส่วน และในความรู้ที่ถูกแชร์สู่โลกออนไลน์นี้เองเราได้รวบรวมและสรุปเนื้อหาสำคัญมาย้ำเตือนให้ท่านผู้อ่านทราบว่าพฤติกรรมการกินที่เราทำอยู่เป็นประจำนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

วัฒนธรรมการกินในทุกวันนี้น่าเป็นห่วงยิ่งเพราะเทรนด์ของคนยุคใหม่นิยมบริโภคของอร่อยที่มีขนาดใหญ่ จำนวนมาก ๆ และทานอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอลในปัจจุบันหลาย ๆ ร้านก็จัดโปรโมชั่นท้าทายนักดื่มให้เข้าแข่งขัน จัดแคมเปญแข่งดื่มแลกรางวัล แม้แต่ดื่มกันเองกับกลุ่มเพื่อนก็มักจะมีการท้าทายหรือแข่งกันดื่มเพื่อความสนุกสนานอยู่เสมอ หลายคนไม่ทราบว่าการกินอาหารจำนวนมากให้หมดในรวดเดียว การกินเร็วในชีวิตประจำวันเพราะความหิว กินอย่างเร่งรีบเพราะต้องรักษาเวลาเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่ออันตรายร้ายแรงถึงสามประการด้วยกันและสามประการที่ว่าก็มีดังต่อไปนี้

ประการแรกหากกินเร็วเกินไป เคี้ยวไม่ละเอียดประกอบกับทานอาหารเข้าไปจำนวนมากในตอนที่ท้องว่างอาจจะเกิดกรดไกลย้อน ยิ่งสำหรับคนที่กินแล้วนอนเลยมีสิทธิ์เกิดอาการกรดไหลย้อนได้มากกว่าอยู่ในอิริยาบถอื่น ๆ อีกสิ่งที่ต้องระวังคือก๊าซในกระเพาะ พฤติกรรมการกินข้างต้นอาจทำให้เกิดก๊าซกระจุกอยู่ตรงบริเวณใต้ร่องกลางอก ก๊าซเหล่านี้จะไม่ระบายออกไปโดยง่ายจะคงอยู่และสร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้มีอาการอยู่หลายเดือนอาจจะมีอาการชวนรำคาญใจทั้งรู้สึกเปรี้ยวในลำคอ หายใจไม่อิ่ม รู้สึกเจ็บแปลบย้ายไปตามจุดต่าง ๆ บริเวณหน้าอกและสีข้างร่วมด้วย

ประการต่อมาไม่ว่าจะเป็นของเครื่องดื่มหรืออาหารก็ตามการกินหรือดื่มเร็วจนเกินไปล้วนเสี่ยงจะเกิดการสำลักทั้งสิ้นซึ่งอาการเช่นนี้เกิดขึ้นได้ง่ายเกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยเฉพาะในผู้สูงอายุและเด็ก ผู้นิยมอาหารรสเผ็ดเองก็ควรระวังการสำลักไอของพริกในขณะที่มีอาหารในปาก การสำลักอาหารอันตรายอย่างยิ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตได้หากเกิดอาการสำลักไม่หยุดหรืออาหารไหลลงไปติดหลอดลม

ประการสุดท้ายเป็นความรู้ใหม่ที่สังคมเพิ่งได้รับทราบจากการเปิดเผยของเพจเฟชบุ๊คชื่อดัง “หมอแล็บแพนด้า” ว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลเร็วเกินไปเช่นในการแข่งขันหรือประเพณีดื่มเบียร์ที่ต้องมีการดื่มรวดเดียวแข่งกับเวลามีความเสี่ยงที่จะทำให้แอลกอฮอลในเลือดสูงขึ้นอย่างฉับพลัน หากเกิดขึ้นในผู้ที่ร่างกายไม่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงมีสิทธิ์ช็อกและเสียชีวิตได้ในทันที

สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ด้วยความห่วงใยแก่ทุกคน นักแข่งขันดื่มเครื่องดื่มหรือนักแข่งกินจุที่ดีควรเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนลงแข่งเสมอเช่นเดียวกับนักกีฬา หากรู้สึกว่าร่างกายไม่พร้อมก็ไม่ควรฝืน สำหรับคนทั่วไปควรทานอาหารแค่พอดีคำ เคี้ยวให้ละเอียด ไม่ทานเร็วเกินไป เมื่อสำลักควรคายอาหารในปากทิ้งทันทีไม่ควรเสียดายและไม่ต้องเกรงว่าจะเสียมารยาท ทั้งนี้ก็เพราะการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ใช่แค่อร่อยหรือสนุกเท่านั้นแต่ควรปลอดภัยด้วยเช่นกัน

Beer Mile World Classic 2019 มหกรรมกรีฑาของคนสายแข็ง

การวิ่งถือเป็นเทรนด์ออกกำลังกายที่กำลังมาแรงทั่วโลก สำหรับผู้รักสุขภาพนี่คือการออกกำลังกายที่สดชื่น ทำได้ทุกสถานที่ เสียค่าใช้จ่ายน้อย ไม่ต้องพกอุปกรณ์ใด ๆ ไปมากกว่ารองเท้าและเครื่องดื่มแก้กระหาย ด้วยความที่การวิ่งต้องเสียเหงื่อมากและขาดน้ำไม่ได้นี่เองจึงเกิดไอเดียจัดการแข่งขันสุดฮาในต่างประเทศด้วยการเปลี่ยนจากน้ำหรือเครื่องดื่มเกลือแร่เป็นเบียร์ ลองนึกดูว่าหากเปลี่ยนจากน้ำเป็นเครื่องดื่มมึนเมากรีฑาชนิดนี้จะขบขันขนาดไหน แน่นอนมันถูกคิดขึ้นมาเพื่อท้าทายนักวิ่งสายแข็งและรางวัลมีให้นักแข่งที่ไม่ตุปัดตุเป๋พาตัวเองเข้าเส้นชัยได้สำเร็จเท่านั้น

                การแข่งขันวิ่งไปด้วยดื่มเบียร์ไปด้วยนี้เป็นกีฬาพื้นบ้านของประเทศในแถบยุโรปซึ่งไม่แน่ชัดว่าประเทศใดเป็นผู้คิดค้นกีฬาสุดแปลกนี้ แต่มีการประเมินว่ากรีฑาประเภทนี้น่าจะมีประวัติศาสตร์ยาวนานราวสามสิบปี Beer Mile World Championship เป็นการแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกถูกจัดขึ้นในปี 2014 ที่มลรัฐเท็กซัสประเทศสหรัฐอเมริกาโดยการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกนี้เป็นการวิ่งในถนนของเมืองเล็ก ๆ ที่ถูกปิดการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้การแข่งขันก่อนจะถูกเปลี่ยนไปจัดในสนามแข่งขันกรีฑาเพื่อความปลอดภัยของนักแข่งในเวลาต่อมา การแข่งขัน Beer Mile World Championship มีกติกาอยู่ว่าทุก ๆ หนึ่งไมล์ (1.6 กิโลเมตร) นักแข่งทุกคนต้องหยุดดื่มเบียร์แบบขวดหรือกระป๋องปริมาณไม่ต่ำกว่า 12 ออนซ์โดยเบียร์ที่นำมาเป็นโจทย์มีปริมาณแอลกอฮอลอยู่ 5% กว่าจะเข้าเส้นชัยได้นักแข่งต้องวิ่งรอบสนามสี่รอบนั่นแปลว่าพวกเขาต้องดื่มเบียร์เข้าไปถึงสี่ขวดหรือสี่กระป๋อง ใครที่อาเจียนออกมาจะถูกปรับให้ดื่มเบียร์เพิ่มเข้าไปอีก แน่นอนว่าคนที่สนุกกว่าใครในการแข่งขันนี้ก็คือบรรดากองเชียร์ในสนาม เหล่าคนดูที่ติดตามการแข่งขันทางจอทีวีซึ่งล้วนเฮฮา ขบขันจากกันจนน้ำตาเล็ดน้ำตาร่วง

                Beer Mile เป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นในทุก ๆ ปี โดยในปีล่าสุดจัดขึ้นที่ประเทศอังกฤษมีนักวิ่งเข้าร่วมประลองความแข็งแกร่งในลำคอจำนวนมาก ด้วยความสำเร็จอย่างสวยงามในปีที่ผ่านมาปี 2019 นี้จึงมีการต่อยอดจัดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่เปลี่ยนโฉมหน้าประเพณีพื้นบ้านยุโรปนี้ให้กลายเป็นการแข่งขันของมวลมนุษยชาติ และการแข่งขันแคมเปญใหญ่เช่นนี้คงไม่มีที่ใดเหมาะไปกว่าชาติผู้ผลิตเบียร์เป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกแล้ว เยอรมนีขันอาสาเป็นเจ้าภาพสำหรับ Beer Mile World Classic 2019 เตรียมส่งสารท้าทายนักแข่งคอทองแดงจากทั่วทุกมุมโลกในวันที่ 3 สิงหาคม 2019 ที่จะถึงนี้

                นักวิ่งชาวไทยที่มั่นใจว่าฝีเท้าในการวิ่งไม่แพ้ใครและในด้านการดื่มก็ไม่เป็นรองใครเช่นกันสามารถสมัครไปแข่งขันกันได้ในประเภทประชาชนทั่วไปไม่แน่บางที 2019 BMWC in Berlin ครั้งนี้เราอาจได้เห็นคุณจารึกชื่อในประวัติศาสตร์เป็นคนไทยคนแรกที่ได้ขึ้นโพเดี้ยมรับรางวัล หรือ…เป็นคนไทยที่ถูกปรับให้ดื่มเบียร์เพิ่มเข้าไปอีก

Ease Park & The Stadium แลนด์มาร์คที่คอบอลไม่ควรพลาด

ทุกวันนี้เทรนด์การตกแต่งร้านรวงในเมืองไทยพัฒนาไปค่อนข้างมาก แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการเข้าใจแล้วว่าการมีเพียงแค่สินค้าหรือบริการที่ดีนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคสมัยใหม่อีกต่อไป การตกแต่งร้านให้ดูสวยงามจึงเป็นกระแสนิยมที่ดีต่อทั้งผู้ประกอบการและดีต่อใจลูกค้าด้วย แต่ถึงแม้การตกแต่งร้านในยุคนี้จะเฟื่องฟูขนาดไหนร้านอาหารแนวสปอร์ตบาร์เพื่อเป็นแหล่งพบปะพูดคุยของคนคอกีฬาก็ยังหาได้น้อย ส่วนใหญ่ธีมกีฬาจะนำมาตกแต่งชั่วครั้งชั่วคราวเช่นตอนมีมหกรรมกีฬาใหญ่ ๆ อย่างฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโรเพียงเท่านั้นไม่ค่อยมีร้านไหนยึดเอาธีมนี้เป็นถาวรนัก แต่ถึงแม้จะหาได้ยากเราก็ควานหาจนพบแหล่งช็อปปิ้งและบาร์ที่คงคอนเซ็ปต์กีฬาได้อย่างเหนียวแน่นอยู่บนถนนรามอินทราในกรุงเทพมหานครฯ นี่เอง

ถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่อันให้ความรู้สึกเสมือนอยู่ในสนามฟุตบอลก็ไม่ควรพลาดคอมมิวนิตี้มอลล์ที่ชื่อ Ease Park รามอินทรา สถานที่ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งและศูนย์รวมร้านอาหารที่มีการออกแบบให้รูปทรงของอาคารทั้งหมดคล้ายสนามฟุตบอลชนิดที่ว่าขับรถผ่านหรือมองผ่าน ๆ อาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นสนามฟุตบอลหญ้าเทียมได้ง่าย ๆ สำหรับคอบอลนอกจากการไป Ease Park จะเป็นเติมเต็มด้านอารมณ์แล้วอีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งคือร้านอาหาร The Stadium ที่จะทำให้คุณอินกับบรรยากาศมากยิ่งกว่าเดิม

                The Stadium เป็นร้านอาหารภายใน Ease Park มีการตกแต่งโทนอบอุ่นบรรยากาศคล้ายคลับเฮ้าส์เล็ก ๆ ในประเทศทางยุโรป มีความใส่ใจในรายละเอียดการตกแต่งร้านให้เห็นตั้งแต่ประตูทางเข้าไปจนถึงภายในร้าน แม้แต่เมนูอาหารก็ถูกออกแบบให้มีหน้าตาเหมือนหนังสือพิมพ์กีฬาแบบแท็บลอยด์ เดอะ สเตเดี้ยมเป็นร้านอาหารแนวเวสเทิร์นพริงเกิลส์ฟู้ด เน้นเมนูรับประทานง่าย ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จะทานจริงจังก็ได้ ทานกับเครื่องดื่มก็ดี โดยเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านคือแฮมเบอร์เกอร์แบบต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูให้เลือกอีกสารพัดทั้งพาสต้า อาหารไทย อาหารทานเล่น สำหรับผู้รักสุขภาพก็มีสลัดรสชาติดีไว้คอยบริการ ที่พลาดไม่ได้เลยคือเบียร์คุณภาพที่ทางร้านเตรียมไว้เสิร์ฟให้คอบอลแบบไม่อั้นไม่ว่าจะมากันเป็นกลุ่มใหญ่ขนาดไหนก็ตาม แต่ถึงแม้ลูกค้าไม่ใช่คอบอลหรือผู้ชื่นชอบกีฬาร้านนี้ก็เหมาะสำหรับมารับประทานอาหารกับครอบครัวด้วยเช่นกันเพราะบรรยากาศในร้านออกแนวสบาย ๆ เด็ก ๆ จะเพลิดเพลินกับเมนูอาหารทานง่ายที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอแถมบางวันยังมีวงดนตรีมาขับกล่อมบรรเลงดนตรีเบา ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเจริญอาหารดีไม่น้อย

                สำหรับคอบอลที่อยากรับชมการแข่งขันไปด้วยทางร้านมีจอถ่ายทอดสดฟุตบอลขนาดใหญ่คอยให้บริการดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดการแข่งขันนัดสำคัญ ลองนึกดูสิว่าได้ชมฟุตบอลพลางจิบเบียร์เย็น ๆ ในบรรยากาศคล้ายอยู่ในสนามฟุตบอลมันฟินขนาดไหน? ว่าแล้วอย่ารอช้ารีบนัดเพื่อนล่วงหน้าก่อนแมตซ์สำคัญ ร้าน The Stadium อยู่ที่ชั้น 3 Ease Park รามอินทรา ติด ซ.รามอินทรา 12 เปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00 – 24.00 น. สามารถโทรไปสอบถามรายละเอียดได้ที่ Tel. 02-0011190

Arsenal Club Shanghai บาร์ที่ออกแบบมาเพื่อเหล่ากูนเนอร์ส

จีนถือเป็นชาติที่เศรษฐกิจเติบโตเป็นอันดับหนึ่งของโลก ณ.ขณะนี้ ส่วนสำคัญที่ส่งผลให้ชาติประวัติศาสตร์สองพันปีร่ำรวยที่สุดก็เพราะการเติบโตของโลกไซเบอร์ทำให้สินค้าที่ผลิตในจีนมีช่องทางในการจำหน่ายมากขึ้น ไปทั่วทุกมุมโลก และเม็ดเงินหลั่งไหลเข้าสู่ระบบต่าง ๆ ของจีนทุกภาคส่วนแม้แต่ภาคประชาชน นั่นทำให้พวกเขามีกำลังซื้อมหาศาลต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง ไม่แปลกเลยที่ตอนนี้ใคร ๆ ต่างก็อยากค้าขายกับจีนเพราะแดนมังกรเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่ขนออกไปได้ไม่รู้จบนั่นเอง

“อาร์เซน่อล” หนึ่งในสโมสรฟุตบอลชั้นนำของพรีเมียร์ลีกเล็งเห็นช่องทางทำเงินในเมืองจีนและพวกเขาหวังธุรกิจนี้ของสโมสรจะเป็นการเปิดตลาดใหม่ สร้างฐานแฟนบอล และตอบสนองความต้องการแฟนบอลชาวจีน แต่อาร์เซน่อลไม่คิดแค่การเปิดช็อปขายสินค้าที่ระลึกของสโมสรเท่านั้น พวกเขาคำนึงว่าแฟนบอลต้องการสิ่งที่มากกว่าแค่แหล่งจับจ่ายสินค้าของสโมสร สิ่งที่เหล่ากูนเนอร์สตัวจริงต้องการคือจุดรวมตัวเพื่อนัดพบพูดคุยและเชียร์ฟุตบอลทีมโปรดไปด้วยกัน ทีมปืนใหญ่จึงเป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่สร้างความแตกต่างในธุรกิจอย่างเป็นทางการของสโมสร ทีมดังจากลอนดอนมาเหนือกว่าสโมสรอื่น ๆ ด้วยการเปิดธุรกิจร้านอาหารที่เป็นทีมของสโมสรอาร์เซน่อลทั้งหมดขึ้นในจีนเป็นแห่งแรก

Arsenal Club Shanghai เป็นร้านอาหาร & สปอร์ตบาร์แบบครบวงจร โดยในร้านตกแต่งให้เหมือนบาร์ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมของสโมสรทำให้มีบรรยากาศของบาร์แบบโมเดิร์นสไตล์อังกฤษแท้ ๆ ที่ดูทันสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็มีกลิ่นอายความคลาสสิคในแบบฉบับของดินแดนผู้ดี ในส่วนของการรับชมฟุตบอลบาร์แห่งนี้มีจอสำหรับถ่ายทอดสดการแข่งขันของทีมอยู่ทุกมุมของร้านเรียกได้ว่าไม่ว่าจะนั่งมุมไหนก็ไม่พลาดการแข่งขันระดับห้าดาว ที่พิเศษกว่านั้นคือมีการสตรีมมิ่งเสียงเชียร์ของแฟนบอลจากในสนามขณะที่ทีมกำลังแข่งขันแบบสด ๆ มีการกระจายเสียงรอบทิศทางในแบบเวอร์ชวล เรียลลิตี้ให้ความรู้สึกเสมือนคุณนั่งอยู่ในบาร์ของสนามเอมิเรตส์จริง ๆ และจุดขายสำคัญที่พลาดไม่ได้เลยก็คืออาหารคลาสสิคแบบอังกฤษขนานแท้โดยเมนูแนะนำได้แก่ พายดั้งเดิมแบบอังกฤษที่มีให้เลือกมากมายทั้ง พายเนื้อ พายแกงกะหรี่เนื้อ พายมันฝรั่ง และพายอื่น ๆ อีกกว่าหกชนิด นอกจากนี้ยังมีอาหารทานเล่นหรือทานเป็นกับแกล้มอย่างฟิช แอนด์ ชิพส์ ไก่ทอดสไตล์อังกฤษ ในส่วนของหวานนักชิมและบล็อกเกอร์ในจีนบอกว่าเลม่อนชีสเค้กเป็นหนึ่งในเมนูต้องห้ามพลาดเลยทีเดียว ปิดท้ายที่เครื่องดื่มแน่นอนว่าเบียร์สดของบาร์แห่งนี้นอกจากจะมีเบียร์ที่ผลิตขึ้นในจีนเป็นพื้นฐานแล้วหากใครอยากลองลิ้มเบียร์ชนิดเดียวกันกับที่จำหน่ายในอังกฤษก็มีให้เลือกด้วยเช่นกัน

Arsenal Club Shanghai ตั้งอยู่ที่ Rockbund, Lyceum Building, 185 Yuanmingyuan Road วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดีเปิดให้บริการตั้งแต่ 11:00 น.เป็นต้นไปจนถึงตีหนึ่ง ส่วนวันศุกร์เปิดบริการ 11.30 น.ไปจนถึงตีสอง ส่วนในวันเสาร์และอาทิตย์เปิด 10.30 น.ไปจนถึงตีสอง เรียกได้ว่าเปิดทุกวันไม่มีวันหยุดเพื่อเอาใจสาวกทีมปืนโตอย่างแท้จริง

5 สนามฟุตบอลสุดแหวกแนวที่ควรไปเช็คอินสักครั้งในชีวิต

ถ้าเราจะเชิญชวนให้ไปเยือนสนามฟุตบอลชื่อดังอย่างคัมป์ นู, ซานติอาโก้ เบร์นาเบว, โอล แทรฟฟอร์ด, แอนฟิลด์รวมทั้งสนามฟุตบอลของสโมสรชั้นนำระดับโลกต่าง ๆ หลายคนคงมองบนพลางรู้สึกน่าเบื่อ จำเจ ระดับสิบเพราะสนามชื่อกระเดื่องเหล่านี้ถูกตีแผ่โดยสื่อต่าง ๆ ทุกแง่มุมแล้ว แน่นอนว่าเราจะไม่ทำแบบนั้นเพราะสนามฟุตบอลที่ควรไปสักครั้งในชีวิตมันควรจะมีความพิเศษเฉพาะตัวแบบสนามฟุตบอลเหล่านี้ต่างหาก

The Float สนามฟุตบอลเดอะ โฟลทตั้งอยู่บน Marina Bay ไม่ไกล้ไม่ไกลจากเมืองไทยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างดินแดนลอดช่องประเทศสิงคโปร์นี่เอง สนามฟุตบอลแห่งนี้มีความเจ๋งตรงไอเดียที่หน่วยงานเอกชนตั้งใจสร้างให้เป็นสนามฟุตบอลลอยน้ำแถมยังทำสถิติเป็นสนามฟุตบอลลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย การมีเดอะ โฟลทช่วยส่งเสริมให้การค้าในแถบ Marina Bay คึกคักยิ่งขึ้นมีร้านค้ามากมายผุดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวดังนั้นไม่ว่าจะไปช้อป ชิม ชิลหรือเช็คอิน ก็ฟินทั้งนั้น

Henningsvær Stadion สนามฟุตบอลสุดอินดี้แห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงประเทศ Norway สนามฟุตบอลแห่งนี้ไม่มีอะไรเป็นมาตรฐานทั้งขนาดสนาม แสตนเชียร์ แถมไม่เคยจัดแข่งขันฟุตบอลแบบเป็นทางการเลย ทว่าบนที่ตั้งอันโอบล้อมด้วยวิวทะเลกับขุนเขาพูดตรง ๆ ว่าถึงจะมีฟุตบอลแข่งอยู่ตรงหน้าหรือนักเตะระดับโลกวิ่งอยู่ในสนามก็คงน่าสนใจน้อยกว่าการดื่มด่ำไปกับบรรยากาศโดยรอบเลยจริง ๆ

Eidi Stadium สนามฟุตบอลกลางแหล่งน้ำสองสายตั้งอยู่ในประเทศ Faroe Islands ประเทศเล็ก ๆ ที่มีภูมิประเทศสวยงามในทวีปยุโรป สนามแห่งนี้คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ ซอร์แว็กวัตน์กับมหาสมุทรแอตเเลนติกพอดิบพอดี การมีสนามฟุตบอล ณ.ที่แห่งนั้นจึงเกิดเป็นทิวทัศน์ที่น่าเหลือเชื่อจนผู้คนทั่วโลกต่างหลั่งไหลไปเที่ยวชมให้เห็นกับตาแม้จะไม่มีฟุตบอลแข่งขันก็ตาม

Hasteinsvollur สนามฟุตบอลท่ามกลางผืนหญ้าสีเขียวอันกว้างใหญ่ไพศาลตั้งอยู่ในประเทศ Iceland สนามฟุตบอลแห่งนี้นอกจากจะมีผืนหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาแล้วยังมีภูหินแหลมโผล่ขึ้นมาข้าง ๆ สนามให้เป็นความน่าอัศจรรย์ใจแก่ผู้ไปเยือนอีกด้วย

Ottmar Hitzfeld Stadium สนามฟุตบอลที่ตั้งตามชื่อเทรนเนอร์ระดับตำนานของทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิคแห่งนี้เป็นสนามฟุตบอลที่ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของยุโรป พิกัดของสนามอยู่บนขุนเขาแห่งหนึ่งในเมือง Zermatt ประเทศ Switzerland ด้านหนึ่งของสนามเป็นผาลาดชันมองเห็นวิวภูเขาเขียว ป่าสน และภูเขาหิมะราวกับอยู่ในดินแดนเทพนิยายก็ไม่ปาน

สนามฟุตบอลทั้งห้าแห่งนี้เราไม่อยากให้คุณพลาดไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต เพราะการไม่มีเกมอย่างเป็นทางการไปแข่งขันทำให้สนามเหล่านี้อาจไม่ยืนยงนัก อาจจะหายไปตามกาลเวลา ถูกภัยธรรมชาติทำลายหรือพื้นที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ดังนั้นเมื่อมีโอกาสอย่าลืมแวะไปเช็คอินให้ฟินในอารมณ์ถึงแม้คุณจะไม่ใช่แฟนฟุตบอลเลยก็ตาม

สนามฟุตบอลที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก

ถ้าถามแฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกว่าสนามฟุตบอลของสโมสรไหนคือสนามที่ดีที่สุดแน่นอนว่าหลายคนคงนึกถึงสนามความจุมหาศาลอย่างโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนามสุดคลาสสิคอย่างแอนฟิลด์ของลิเวอร์พูล สนามเอมิเรต สเตเดี้ยมของอาร์เซน่อลหรือสแตมฟอร์ด บริจน์ของเชลซี แน่นอนว่าในด้านความประทับใจไม่มีคำตอบไหนผิดเลยแต่ในแง่ของคุณสมบัติทางเทคนิคแล้ว “ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม” รังเหย้าแห่งใหม่ของไก่เดือยทองต่างหากที่ถูกสื่อหลายสำนักยกให้เป็นสนามฟุตบอลที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

การก่อสร้าง การก่อสร้างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยมเป็นการสร้างทับที่สนามเดิมอย่างไวท์ ฮาร์ต เลนซึ่งยังเปิดใช้อยู่ด้วย พูดง่าย ๆ คือทุบของเก่าออกทีละส่วนแล้วสร้างต่อเนื่องกันไปเลย วิศวกรรมการก่อสร้างนี้ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ในวงการนั่นจึงทำให้ถูกถ่ายทำเป็นสารคดี หลายสถาบันการศึกษาใช้องค์ความรู้นี้เป็นโมเดลพัฒนาแนวคิดสถาปนิกรุ่นใหม่ ๆ อีกด้วย

ดีไซน์ หน้าตาของสนามใหม่ล่าสุดของวงการฟุตบอลอังกฤษนี้แตกต่างจากสนามฟุตบอลอื่น ๆ ที่มีรูปทรงจำเจเต็มไปด้วยท่อนเหล็กกับก้อนอิฐคล้ายคลึงกันไปเสียหมด ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม มีความสวยงามทันสมัยให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ สื่อกีฬาบางเจ้าถึงขั้นยกให้เป็นสนามฟุตบอลที่สวยงามที่สุดในยุโรปไปแล้วด้วยซ้ำ

สิ่งอำนวยความสะดวก ในยุคดิจิตอลเช่นนี้ทีมไก่เดือยทองก็ไม่พลาดเอาใจคนยุคใหม่ด้วยการปล่อย WIFI ครอบคลุมทุกพื้นที่ในสนามนอกจากนี้สนามสุดเจ๋งยังขยายที่นั่งผู้ชมให้มีขนาดใหญ่นั่งสบายกว่าของเก่า มีที่นั่งซึ่งออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการโดยเฉพาะ ในส่วนของร้านอาหารมีอยู่กว่า 60 ร้านคอยให้บริการแถมมีบาร์ที่ยาว 65 เมตรถือเป็นบาร์ที่ยาวที่สุดในยุโรปสามารถเสิร์ฟเบียร์ 10,000 แก้วต่อชั่วโมงได้อีกต่างหาก

Multifunctional Stadium ยามไม่มีคิวแข่งขันสนามแห่งนี้ยังสามารถทำเงินได้ด้วยการปล่อยให้เช่าจัดคอนเสิร์ต ตั้งเวทีมวยชั่วคราว แข่งขัน NFL โดยพื้นสนามสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อความต้องการดังกล่าวได้แบบไฮเทคสุด ๆ ในขณะที่พื้นที่ด้านในของสนามในยังมีห้องให้จัดประชุม จัดเลี้ยง มีห้องพักให้บริการ ทั้งยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสนาม 365 วันเรียกได้ว่าครบวงจรและสร้างเม็ดเงินได้ไม่หยุดเลยจริง ๆ

ข่มขวัญคู่แข่ง ด้วยความคำนึงถึงผลงานของทีมเป็นหลักทำให้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยมถูกออกแบบให้เก็บกักเสียงไว้ด้านใน เสียงเชียร์ของบรรดา Yid Army จะดังกึกก้องเป็นพิเศษและนั่นทำให้ทีมผู้มาเยือนที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอมีขาสั่นกันแน่นอน ส่วนนักเตะของสเปอร์เสียงเชียร์เหล่านี้จะกระตุ้นให้พวกเขารู้สึกฮึกเหิมยิ่งขึ้น ดุดันกว่าเดิม คงไม่ต้องบรรยายว่านักเตะระดับโลก+โปเช็ตติโน่+พลังใจผลลัพธ์จะออกมาน่ากลัวขนาดไหน? …แค่คิดก็สยองแล้ว

ข้อดีของสนามแห่งนี้ยังมีอีกมากทั้งการเอื้อเฟื้องานให้กับชุมชนและคนท้องถิ่น ร้านขายสินค้าที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป การเดินทางที่แสนสะดวกสบายดังนั้นถ้ามีโอกาสไปเยือนตอนเหนือของลอนดอนเราจึงไม่อยากให้คุณพลาดแวะไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม รังเหย้าแห่งใหม่ของทีมไก่เดือยทอง

นับถอยหลังวันอำลา ซาน ซีโร่

“ซาน ซีโร่” หรือ “จูเซ็ปเป้ เมอัสซ่า” สนามแข่งร่วมของเอซี มิลานกับอินเตอร์ มิลานถือเป็นสังเวียนแข้งที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกฟุตบอลมาโดยตลอด มีเหตุการณ์ประทับใจหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้น มีนักเตะระดับโลกหลายคนเคยจารึกชื่อลงบนผืนหญ้าในสนามแห่งนี้ และนี่คือสนามที่แฟนบอลแทบทุกคนใฝ่ฝันว่าจะมีโอกาสได้ไปเยือนสักครั้งแม้ไม่ใช่แฟนบอลของสองทีมยักษ์ดังกล่าวก็ตาม แต่มาวันนี้ซาน ซีโร่กำลังจะเหลือเพียงตำนานดังนั้นเราจึงควรทำความรู้จักกับสนามอันทรงเกียรติแห่งนี้ให้มากขึ้นก่อนจะเหลือไว้แค่ภาพถ่ายและในความทรงจำ

สนามจูเซ็ปเป้ เมอัสซ่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1925 เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 19 กันยายน ค.ศ. 1926 หรือ 93 ปีที่แล้วมีสภาเมืองมิลานถือครองสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ เดิมทีเป็นสนามที่ถูกใช้โดยทีมเอซี มิลานเพียงสโมสรเดียวแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แยกตัวของบุคลากรในทีมเอซี มิลานออกไปก่อตั้งสโมสรใหม่ที่ชื่ออินเตอร์นาซิอองนาล มิลาโน่สนามแห่งนี้จึงถูกใช้ร่วมกันในปี 1947 เป็นทรัพย์สินร่วมของทั้งเอซี มิลาน อินเตอร์ มิลานและสภาเมืองมิลาน เป็นสนามที่มีความจุกว่า 82,955 ที่นั่ง เป็นอันดับ 4 ในด้านสถิติสนามความจุสูงสุดของยุโรประดับสโมสร

ซาน ซีโร่เป็นชื่อของตำบลที่ตั้งตามชื่อของนักบุญไซรัสหรือ Saint Syrus คำว่า Saint ในภาษาอิตาเลี่ยนเขียนว่า San ออกเสียงว่าซานส่วนนามของนักบุญ Syrus ในภาษาละตินใช้เป็น Syro เมื่อเขียนให้เป็นภาษาอ่านเพื่อการออกเสียงอย่างถูกต้องแบบอิตาเลี่ยนจะไม่นิยมใช้ y เพื่อออกเสียงอีหรืออิจึงแทนที่ด้วยอักษร i กลายเป็นตำบลนาม San Siro

จูเซ็ปเป้ เมอัสซ่าเป็นชื่อของนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเคยรับใช้ทั้งสองสโมสร โดยทั้งเอซี มิลานและอินเตอร์ มิลานเห็นพ้องต้องกันว่าจะนำชื่อของเขามาตั้งเป็นชื่อสนามเพื่อเป็นเกียรติแก่ตำนานนักเตะคนดังกล่าว

San Siro ผ่านการปรับปรุงสนามมาแล้วถึงสี่ครั้งในปี 1935, 1955, 1990, 2015 สภาพอาคารในตอนนี้ค่อนข้างย่ำแย่และผู้บริหารอินเตอร์ มิลานเล็งเห็นว่าสดาดิโอนอายุเกือบร้อยปีแห่งนี้เกินเยียวยาแล้วจึงหารือกับผู้บริหารเอซี มิลานจนได้ข้อสรุปว่าทั้งสองทีมจะลงขันเป็นเงินกว่า 700 ล้านยูโรเพื่อก่อสร้างสนามแห่งใหม่บนพื้นที่เดิม ซึ่งก็คือการทุบทิ้งซาน ซีโร่เพื่อสร้างใหม่นั่นเอง

การระดมทุนสร้างสนามใหม่รวมทั้งแผนงานทั้งปวงเสร็จสิ้นไปแล้วบนโต๊ะเจรจาของทั้งสองสโมสรโดยในบทสรุปสนามแห่งใหม่ที่ยังไม่มีชื่อนี้จะเสร็จสิ้นกระบวนการและเปิดใช้ในปี 2023 สิ่งเดียวที่เป็นอุปสรรคในตอนนี้คือสภาเมืองมิลานที่ยื่นคำขาดว่าพวกเขาต้องได้ถือครองสิทธิ์เป็นเจ้าของสนามแห่งใหม่เหมือนเดิม ซึ่งดูจากรูปการณ์แล้วแฟนบอลยังพอมีเวลาให้เก็บเงินพาตัวเองไปซึมซับความทรงจำที่ซาน ซีโร่เพราะงานนี้ผู้เกี่ยวข้องคงจะเจรจากันยืดเยื้อพอสมควร