5 สนามฟุตบอลสุดแหวกแนวที่ควรไปเช็คอินสักครั้งในชีวิต

ถ้าเราจะเชิญชวนให้ไปเยือนสนามฟุตบอลชื่อดังอย่างคัมป์ นู, ซานติอาโก้ เบร์นาเบว, โอล แทรฟฟอร์ด, แอนฟิลด์รวมทั้งสนามฟุตบอลของสโมสรชั้นนำระดับโลกต่าง ๆ หลายคนคงมองบนพลางรู้สึกน่าเบื่อ จำเจ ระดับสิบเพราะสนามชื่อกระเดื่องเหล่านี้ถูกตีแผ่โดยสื่อต่าง ๆ ทุกแง่มุมแล้ว แน่นอนว่าเราจะไม่ทำแบบนั้นเพราะสนามฟุตบอลที่ควรไปสักครั้งในชีวิตมันควรจะมีความพิเศษเฉพาะตัวแบบสนามฟุตบอลเหล่านี้ต่างหาก

The Float สนามฟุตบอลเดอะ โฟลทตั้งอยู่บน Marina Bay ไม่ไกล้ไม่ไกลจากเมืองไทยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างดินแดนลอดช่องประเทศสิงคโปร์นี่เอง สนามฟุตบอลแห่งนี้มีความเจ๋งตรงไอเดียที่หน่วยงานเอกชนตั้งใจสร้างให้เป็นสนามฟุตบอลลอยน้ำแถมยังทำสถิติเป็นสนามฟุตบอลลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย การมีเดอะ โฟลทช่วยส่งเสริมให้การค้าในแถบ Marina Bay คึกคักยิ่งขึ้นมีร้านค้ามากมายผุดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวดังนั้นไม่ว่าจะไปช้อป ชิม ชิลหรือเช็คอิน ก็ฟินทั้งนั้น

Henningsvær Stadion สนามฟุตบอลสุดอินดี้แห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงประเทศ Norway สนามฟุตบอลแห่งนี้ไม่มีอะไรเป็นมาตรฐานทั้งขนาดสนาม แสตนเชียร์ แถมไม่เคยจัดแข่งขันฟุตบอลแบบเป็นทางการเลย ทว่าบนที่ตั้งอันโอบล้อมด้วยวิวทะเลกับขุนเขาพูดตรง ๆ ว่าถึงจะมีฟุตบอลแข่งอยู่ตรงหน้าหรือนักเตะระดับโลกวิ่งอยู่ในสนามก็คงน่าสนใจน้อยกว่าการดื่มด่ำไปกับบรรยากาศโดยรอบเลยจริง ๆ

Eidi Stadium สนามฟุตบอลกลางแหล่งน้ำสองสายตั้งอยู่ในประเทศ Faroe Islands ประเทศเล็ก ๆ ที่มีภูมิประเทศสวยงามในทวีปยุโรป สนามแห่งนี้คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ ซอร์แว็กวัตน์กับมหาสมุทรแอตเเลนติกพอดิบพอดี การมีสนามฟุตบอล ณ.ที่แห่งนั้นจึงเกิดเป็นทิวทัศน์ที่น่าเหลือเชื่อจนผู้คนทั่วโลกต่างหลั่งไหลไปเที่ยวชมให้เห็นกับตาแม้จะไม่มีฟุตบอลแข่งขันก็ตาม

Hasteinsvollur สนามฟุตบอลท่ามกลางผืนหญ้าสีเขียวอันกว้างใหญ่ไพศาลตั้งอยู่ในประเทศ Iceland สนามฟุตบอลแห่งนี้นอกจากจะมีผืนหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาแล้วยังมีภูหินแหลมโผล่ขึ้นมาข้าง ๆ สนามให้เป็นความน่าอัศจรรย์ใจแก่ผู้ไปเยือนอีกด้วย

Ottmar Hitzfeld Stadium สนามฟุตบอลที่ตั้งตามชื่อเทรนเนอร์ระดับตำนานของทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิคแห่งนี้เป็นสนามฟุตบอลที่ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของยุโรป พิกัดของสนามอยู่บนขุนเขาแห่งหนึ่งในเมือง Zermatt ประเทศ Switzerland ด้านหนึ่งของสนามเป็นผาลาดชันมองเห็นวิวภูเขาเขียว ป่าสน และภูเขาหิมะราวกับอยู่ในดินแดนเทพนิยายก็ไม่ปาน

สนามฟุตบอลทั้งห้าแห่งนี้เราไม่อยากให้คุณพลาดไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต เพราะการไม่มีเกมอย่างเป็นทางการไปแข่งขันทำให้สนามเหล่านี้อาจไม่ยืนยงนัก อาจจะหายไปตามกาลเวลา ถูกภัยธรรมชาติทำลายหรือพื้นที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ดังนั้นเมื่อมีโอกาสอย่าลืมแวะไปเช็คอินให้ฟินในอารมณ์ถึงแม้คุณจะไม่ใช่แฟนฟุตบอลเลยก็ตาม

สนามฟุตบอลที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก

ถ้าถามแฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกว่าสนามฟุตบอลของสโมสรไหนคือสนามที่ดีที่สุดแน่นอนว่าหลายคนคงนึกถึงสนามความจุมหาศาลอย่างโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนามสุดคลาสสิคอย่างแอนฟิลด์ของลิเวอร์พูล สนามเอมิเรต สเตเดี้ยมของอาร์เซน่อลหรือสแตมฟอร์ด บริจน์ของเชลซี แน่นอนว่าในด้านความประทับใจไม่มีคำตอบไหนผิดเลยแต่ในแง่ของคุณสมบัติทางเทคนิคแล้ว “ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม” รังเหย้าแห่งใหม่ของไก่เดือยทองต่างหากที่ถูกสื่อหลายสำนักยกให้เป็นสนามฟุตบอลที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

การก่อสร้าง การก่อสร้างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยมเป็นการสร้างทับที่สนามเดิมอย่างไวท์ ฮาร์ต เลนซึ่งยังเปิดใช้อยู่ด้วย พูดง่าย ๆ คือทุบของเก่าออกทีละส่วนแล้วสร้างต่อเนื่องกันไปเลย วิศวกรรมการก่อสร้างนี้ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ในวงการนั่นจึงทำให้ถูกถ่ายทำเป็นสารคดี หลายสถาบันการศึกษาใช้องค์ความรู้นี้เป็นโมเดลพัฒนาแนวคิดสถาปนิกรุ่นใหม่ ๆ อีกด้วย

ดีไซน์ หน้าตาของสนามใหม่ล่าสุดของวงการฟุตบอลอังกฤษนี้แตกต่างจากสนามฟุตบอลอื่น ๆ ที่มีรูปทรงจำเจเต็มไปด้วยท่อนเหล็กกับก้อนอิฐคล้ายคลึงกันไปเสียหมด ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม มีความสวยงามทันสมัยให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ สื่อกีฬาบางเจ้าถึงขั้นยกให้เป็นสนามฟุตบอลที่สวยงามที่สุดในยุโรปไปแล้วด้วยซ้ำ

สิ่งอำนวยความสะดวก ในยุคดิจิตอลเช่นนี้ทีมไก่เดือยทองก็ไม่พลาดเอาใจคนยุคใหม่ด้วยการปล่อย WIFI ครอบคลุมทุกพื้นที่ในสนามนอกจากนี้สนามสุดเจ๋งยังขยายที่นั่งผู้ชมให้มีขนาดใหญ่นั่งสบายกว่าของเก่า มีที่นั่งซึ่งออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการโดยเฉพาะ ในส่วนของร้านอาหารมีอยู่กว่า 60 ร้านคอยให้บริการแถมมีบาร์ที่ยาว 65 เมตรถือเป็นบาร์ที่ยาวที่สุดในยุโรปสามารถเสิร์ฟเบียร์ 10,000 แก้วต่อชั่วโมงได้อีกต่างหาก

Multifunctional Stadium ยามไม่มีคิวแข่งขันสนามแห่งนี้ยังสามารถทำเงินได้ด้วยการปล่อยให้เช่าจัดคอนเสิร์ต ตั้งเวทีมวยชั่วคราว แข่งขัน NFL โดยพื้นสนามสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อความต้องการดังกล่าวได้แบบไฮเทคสุด ๆ ในขณะที่พื้นที่ด้านในของสนามในยังมีห้องให้จัดประชุม จัดเลี้ยง มีห้องพักให้บริการ ทั้งยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสนาม 365 วันเรียกได้ว่าครบวงจรและสร้างเม็ดเงินได้ไม่หยุดเลยจริง ๆ

ข่มขวัญคู่แข่ง ด้วยความคำนึงถึงผลงานของทีมเป็นหลักทำให้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยมถูกออกแบบให้เก็บกักเสียงไว้ด้านใน เสียงเชียร์ของบรรดา Yid Army จะดังกึกก้องเป็นพิเศษและนั่นทำให้ทีมผู้มาเยือนที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอมีขาสั่นกันแน่นอน ส่วนนักเตะของสเปอร์เสียงเชียร์เหล่านี้จะกระตุ้นให้พวกเขารู้สึกฮึกเหิมยิ่งขึ้น ดุดันกว่าเดิม คงไม่ต้องบรรยายว่านักเตะระดับโลก+โปเช็ตติโน่+พลังใจผลลัพธ์จะออกมาน่ากลัวขนาดไหน? …แค่คิดก็สยองแล้ว

ข้อดีของสนามแห่งนี้ยังมีอีกมากทั้งการเอื้อเฟื้องานให้กับชุมชนและคนท้องถิ่น ร้านขายสินค้าที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป การเดินทางที่แสนสะดวกสบายดังนั้นถ้ามีโอกาสไปเยือนตอนเหนือของลอนดอนเราจึงไม่อยากให้คุณพลาดแวะไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม รังเหย้าแห่งใหม่ของทีมไก่เดือยทอง

นับถอยหลังวันอำลา ซาน ซีโร่

“ซาน ซีโร่” หรือ “จูเซ็ปเป้ เมอัสซ่า” สนามแข่งร่วมของเอซี มิลานกับอินเตอร์ มิลานถือเป็นสังเวียนแข้งที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกฟุตบอลมาโดยตลอด มีเหตุการณ์ประทับใจหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้น มีนักเตะระดับโลกหลายคนเคยจารึกชื่อลงบนผืนหญ้าในสนามแห่งนี้ และนี่คือสนามที่แฟนบอลแทบทุกคนใฝ่ฝันว่าจะมีโอกาสได้ไปเยือนสักครั้งแม้ไม่ใช่แฟนบอลของสองทีมยักษ์ดังกล่าวก็ตาม แต่มาวันนี้ซาน ซีโร่กำลังจะเหลือเพียงตำนานดังนั้นเราจึงควรทำความรู้จักกับสนามอันทรงเกียรติแห่งนี้ให้มากขึ้นก่อนจะเหลือไว้แค่ภาพถ่ายและในความทรงจำ

สนามจูเซ็ปเป้ เมอัสซ่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1925 เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 19 กันยายน ค.ศ. 1926 หรือ 93 ปีที่แล้วมีสภาเมืองมิลานถือครองสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ เดิมทีเป็นสนามที่ถูกใช้โดยทีมเอซี มิลานเพียงสโมสรเดียวแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แยกตัวของบุคลากรในทีมเอซี มิลานออกไปก่อตั้งสโมสรใหม่ที่ชื่ออินเตอร์นาซิอองนาล มิลาโน่สนามแห่งนี้จึงถูกใช้ร่วมกันในปี 1947 เป็นทรัพย์สินร่วมของทั้งเอซี มิลาน อินเตอร์ มิลานและสภาเมืองมิลาน เป็นสนามที่มีความจุกว่า 82,955 ที่นั่ง เป็นอันดับ 4 ในด้านสถิติสนามความจุสูงสุดของยุโรประดับสโมสร

ซาน ซีโร่เป็นชื่อของตำบลที่ตั้งตามชื่อของนักบุญไซรัสหรือ Saint Syrus คำว่า Saint ในภาษาอิตาเลี่ยนเขียนว่า San ออกเสียงว่าซานส่วนนามของนักบุญ Syrus ในภาษาละตินใช้เป็น Syro เมื่อเขียนให้เป็นภาษาอ่านเพื่อการออกเสียงอย่างถูกต้องแบบอิตาเลี่ยนจะไม่นิยมใช้ y เพื่อออกเสียงอีหรืออิจึงแทนที่ด้วยอักษร i กลายเป็นตำบลนาม San Siro

จูเซ็ปเป้ เมอัสซ่าเป็นชื่อของนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเคยรับใช้ทั้งสองสโมสร โดยทั้งเอซี มิลานและอินเตอร์ มิลานเห็นพ้องต้องกันว่าจะนำชื่อของเขามาตั้งเป็นชื่อสนามเพื่อเป็นเกียรติแก่ตำนานนักเตะคนดังกล่าว

San Siro ผ่านการปรับปรุงสนามมาแล้วถึงสี่ครั้งในปี 1935, 1955, 1990, 2015 สภาพอาคารในตอนนี้ค่อนข้างย่ำแย่และผู้บริหารอินเตอร์ มิลานเล็งเห็นว่าสดาดิโอนอายุเกือบร้อยปีแห่งนี้เกินเยียวยาแล้วจึงหารือกับผู้บริหารเอซี มิลานจนได้ข้อสรุปว่าทั้งสองทีมจะลงขันเป็นเงินกว่า 700 ล้านยูโรเพื่อก่อสร้างสนามแห่งใหม่บนพื้นที่เดิม ซึ่งก็คือการทุบทิ้งซาน ซีโร่เพื่อสร้างใหม่นั่นเอง

การระดมทุนสร้างสนามใหม่รวมทั้งแผนงานทั้งปวงเสร็จสิ้นไปแล้วบนโต๊ะเจรจาของทั้งสองสโมสรโดยในบทสรุปสนามแห่งใหม่ที่ยังไม่มีชื่อนี้จะเสร็จสิ้นกระบวนการและเปิดใช้ในปี 2023 สิ่งเดียวที่เป็นอุปสรรคในตอนนี้คือสภาเมืองมิลานที่ยื่นคำขาดว่าพวกเขาต้องได้ถือครองสิทธิ์เป็นเจ้าของสนามแห่งใหม่เหมือนเดิม ซึ่งดูจากรูปการณ์แล้วแฟนบอลยังพอมีเวลาให้เก็บเงินพาตัวเองไปซึมซับความทรงจำที่ซาน ซีโร่เพราะงานนี้ผู้เกี่ยวข้องคงจะเจรจากันยืดเยื้อพอสมควร

สายเนื้อเชิญมุง แนะนำร้านเนื้อย่างกระทะร้อน แสนอร่อยในกรุงเทพฯ

เนื้อย่างกระทะร้อน เป็นอาหารที่อย่างหนึ่งที่คนรักเนื้อแค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว โดยเป็นเนื้อวัวนุ่ม ๆ สไลด์บาง ๆ ย่างบนเตาที่ทาด้วยเนยหอมกรุ่น และเมื่อเนื้อสุกแล้ว ก็ค่อย ๆ คีบออกมาจิ้มน้ำจิ้มและบรรจงนำเข้าปาก ทำให้รสชาติของเนื้อที่คลุกเคล้ากับเนยและน้ำจิ้มรสชาติจัดจ้าน ๆ ค่อย ๆ แผ่เต็มลิ้นและกระจายไปทั่วทั้งปากระหว่างที่เคี้ยว แค่คิดก็ท้องร้องแล้ว

แน่นอนว่าร้านเนื้อย่างกระทะร้อนในกรุงเทพฯ มีอยู่มากมายหลายร้าย แต่ละร้านก็นำเอาจุดเด่นของตัวเองมานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อคุณภาพดีและน้ำจิ้มเด็ดแสนอร่อย เข้ากับเนื้อเป็นที่สุด เราจึงอยากจะแนะนำ 3 ร้านเนื้อย่างกระทะร้อน ที่คอเนื้อย่างต้องหาเวลาไปลิ้มลองให้ได้ มีร้านไหนบ้าง ไปดูกันเลย

จ้าวเนื้อ บุฟเฟต์ เนื้อย่างกระทะร้อน ร้านเนื้อย่างกระทะร้อนเจ้าเด็ดแห่งย่านโชคชัย 4

ร้านเนื้อกระทะร้อนนี้มีจุดเด่นที่เนื้อดีไม่คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อในส่วนเนื้อเสื้อร้องไห้ เนื้อริบอายและลิ้นวัว ส่วนผู้ที่ไม่ชอบทานเนื้อก็ยังมีหมู ทั้งเบคอนและสันคอหมู อีกทั้งยังมีอาหารทะเลอย่างกุ้ง หอยและปลาหมึก ครอบคลุมไลน์อาหารมาตรฐานสำหรับบุฟเฟต์ นอกจากนั้นก็ยังมีผักและบะหมี่หยก ในราคาเพียงแค่ 399.- เท่านั้น รวมเครื่องดื่มแล้ว

สำหรับน้ำจิ้ม ทางร้านมีให้เลือกจุใจถึง 4 แบบ ให้เลือกจิ้มกันตามอัธยาศัย ทั้งน้ำจิ้มแจ่ว 2 แบบ น้ำจิ้มซีฟู้ดแซบ ๆ และน้ำจิ้มสุกี้ ทานเพลินจนลืมคุมแคลฯ ไปเลย

ร้าน จ้าวเนื้อ ตั้งอยู่บนถนนโชคชัย 4 ปากซอย 33 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 13.30 – 23.30 น. โทรศัพท์ 098-423-6398

BestBeef ร้านเนื้อย่างกระทะร้อนในตำนานแห่งย่านอ่อนนุชและศรีนครินทร์

ร้านเนื้อกระทะร้อนระดับพรีเมียมที่เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลายาวนาน เป็นร้านบุฟเฟต์ที่มีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่ 269.- 239.- และ 439.- ให้ลูกค้าได้ทานอาหารอร่อย ๆ ไม่อั้นภายในระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมงเต็ม นอกจากกระทะร้อนแล้ว ยังมีบริการเตาย่างแบบเตาถ่านและหม้อไฟให้เลือกอีกด้วย เพิ่มอรรสรถในการรับประทานเนื้อ หมูและซีฟู้ดสด ๆ เกรดนำเข้าของทางร้านได้อย่างมากเลยทีเดียว

ร้าน Best Beef มีอยู่ด้วยกันสองสาขา คือสาขาสุขุมวิท ระหว่างซอย 48/2 และ 48/3 และสาขาศรีนครินทร์ ในซอยซอยศรีด่าน 22 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 16.00 – 00.00 น.

ร้านติดมันส์ เนื้อย่างกระทะร้อนสุดคุ้มในพุทธมณฑลสาย 2

ร้านเนื้อย่างที่เสิร์ฟเนื้อคุณภาพแบบริการตัวเอง (แต่ถ้าจะสั่งเนิ้อวัวจะต้องแจ้งกับพนักงาน) ร้านเป็นบุฟเฟ่ต์ราคาเพียง 199.- ต่อหัวเท่านั้น ยังไม่รวมเครื่องดื่ม เรียกได้ว่าไม่แพงเลย โดยทางร้านยังมีผักให้เลือกมากมายจุใจ เอาใจทั้งสายเนื้อและสายผัก นอกจากนั้น ลูกค้ายังสามารถเลือกเพิ่มหม้อหมูจุ่ม เพื่อซดน้ำซุปร้อน ๆ แก้เลี่ยนได้อีกด้วย

ร้านติดมันส์มีอยู่หลายสาขา ทั้งพุทธมณฑลสาย 2 และแพรกษา สมุทรปราการ สามารถเลือกไปรับประทานได้ตามสะดวก เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 16.00 – 23.00 น.

ชวนไปนั่งชิลที่ร้านกินดื่มสุดชิล บรรยากาศคึกคักที่ใจกลางกรุงเทพฯ Kenshin Izakaya

ในประเทศญี่ปุ่นจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่มากมายหลายแบบไม่ต่างจากบ้านเราเลย อีกหนึ่งรูปแบบของร้านอาหารที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก็คือร้านแบบ Izakaya คือร้านเหล้าหรือร้านกินดื่มแบบญี่ปุ่นนั่นเอง เพราะว่าวัฒนธรรมของญี่ปุ่นนั้นจะดื่มเหล้าเพื่อสังสรรค์หลังเลิกงานเป็นประจำ จึงทำให้ร้านแบบนี้ฮอตติดลมบน จนเข้ามาถึงประเทศไทยนั่นเอง

โดยร้านแบบนี้จะเป็นร้านที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ตกแต่งเป็นโทนสีสันฉูดฉาด บนพนังจะมีการติดชื่อเมนูเอาไว้ พร้อมกับราคา ซึ่งส่วนมากจะเป็นเมนูอาหารประเภทกับแกล้ม เอาไว้ทานกับเหล้า เบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดต่าง ๆ ที่มีให้เลือกดื่มกันแบบจุใจนั่นเอง แต่หากไม่อยากจะทานเหล้า ทางร้านก็จะมีบริการชาและน้ำผลไม้ ไปจนถึง Soft Drink ดังนั้นผู้ที่ไม่ชอบดื่มจึงไม่ต้องห่วงเลย และอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่จะขาดไปไม่ได้เลยในร้านกินดื่มแบบญี่ปุ่นก็คือโต๊ะไม้ ซึ่งมีถังสำหรับนั่ง ตามความต้องการที่อยากจะให้ร้านจุคนได้เยอะ ๆ ในพื้นที่ที่จำกัดนั่นเอง โดยการจัดร้านแบบนี้จะทำให้ร้านมีความครึกครื้นและสนุกสนาน ยิ่งดึกยิ่งดี ไม่แปลกใจเลยว่าเมื่อมาถึงประเทศไทย ร้าน Izakaya จะหลายเป็นที่นิยมอย่างฉุดไม่อยู่ จนตอนนี้มีหลายร้านอาหารญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการแบบ Izakaya ให้ชาวไทยเราได้สังสรรค์กับเพื่อนได้ตามอัธยาศัย

มาถึงร้านที่เราจะแนะนำกันบ้าง นั่นก็คือร้าน Kenshin Izakaya ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นกินดื่มแบบดั้งเดิมใจกลางย่านอโศก กรุงเทพฯ ตัวร้านมีรูปแบบการตกแต่งแบบญี่ปุ่น ได้อารมณ์เหมือนไปนั่งทานอาหารที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ด้วยเมนูที่มีมากมายหลายหลาย ทั้งทานเป็นมื้ออาหารและกับแกล้ม พร้อมด้วยเมนูแอลกอฮอล์แบบญี่ปุ่นที่น่าตื่นตาตื่นใจสุด

เรามาดูกันที่ไลน์อาหารกันบ้าง นอกจากพวกซูชิ ชาซิมิ โรลและมากิแบบต่าง ๆ ตามมาตรฐานร้านอาหารญี่ปุ่นแล้ว ยังมีอาหารจำพวกของทอดอย่างเทมปุระ และไก่คาราอะเกะ มีของต้มร้อน ๆ อย่างสุกี้ยากี้หมูและเนื้อ นาเบะหม้อไฟกิมจิไก่ (Kimuchi Nabe Tori) ไปจนถึงอุด้ง อาหารสไตล์กับแกล้มอย่างยากิหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอาหารเสียบไม้ทอด ส่วนเมนูที่อยากจะแนะนำเลยก็คือคอหมูย่างเกลือพริกไทย (Tontoro Shio Yaki) ข้าวผัดกระเทียม ปลาหมึกวาซาบิ ชีสญี่ปุ่นกับทูน่า (Okinawa Cream Cheese) และหอยนางรมทอด

มาถึงไฮไลท์ของร้านกินดื่มแบบญี่ปุ่นกันบ้าง ก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่นเอง ทางร้านมีเบียร์หลายสูตร ถูกใจทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สำหรับคุณผู้ชายขอแนะนำเบียร์ลูกผู้ชายหรือเบียร์อาซาฮี ซึ่งมีให้เลือกหลายไซส์และเหล้า Sanctuary ผสมโซดาและมะนาวกลมกล่อม ส่วนสำหรับคุณผู้หญิงต้องขอแนะนำเบียร์ลาเวนเดอร์ เบียร์ซากุระและเบียร์มะเขือเทศ ซึ่งมีรสกล่อมกล่อมมาก ๆ อย่างไรก็อย่าดื่มเยอะ กลับบ้านปลอดภัยนะ

ร้าน Kenshin Izakaya มาไม่ยาก ตั้งอยู่บนปากซอยสุขุมวิท 33 หากขับรถมา ก็สามารถจอดรถได้ที่ตึก ubcII ซึ่งอยู่ข้าง ๆ กัน จอดได้ฟรี 1 ชั่วโมง เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.30 – 00.00 น. โทรศัพท์ 02-661-6202 Facebook: Kenshin Izakaya ร้านอาหารญี่ปุ่น เคนชิน อิซากายะ

ครัวเจ้าพระยา ร้านอาหารทะเลสด ๆ ราคาไม่แพง แถมยังติดทะเล ณ สมุทรปราการ

เมื่อมาเยือนจังหวัดที่อยู่ติดกับทะเล ก็ไม่ควรจะพลาดอาหารทะเลสด ๆ ปรุงแบบจัดจ้าน ถูกปากคนไทยเป็นที่สุด วันนี้เราจะมานำร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก โดยขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังอยู่ติดทะเล บรรยากาศดีสุด ๆ ให้คุณได้ลองไปทานอาหารอร่อย ๆ แบบชิว ๆ กันให้จุใจอย่างร้านครัวเจ้าพระยา ร้านอาหารทะเลชื่อดังแห่งจังหวัดสมุทรสาคร

ร้านครัวเจ้าพระยาเป็นร้านที่เจ้าของเป็นเจ้าของเรือประมง ทำอาชีพประมงอยู่ในสมุทรสาครมานานหลายปี จึงมีวัตถุดิบจากเรือที่ค่อนข้างสดใหม่ จากเรือหาปลาเกือบทุกวัน เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารให้ลูกค้าที่ร้านได้ทานกัน โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเจอของไม่สดหรือมีสารเคมี ตามสโลแกนของทางร้านที่ว่า “ไม่สดให้ตบ ไม่แซ่บ ไม่ต้องจ่ายเงิน” ดังนั่นจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจได้แน่นอน

เมนูของทางร้านมีอยู่มากมาย บางเมนูก็เป็นเมนูโบราณที่ค่อนข้างหาทานได้ยาก อย่างเช่นปลาทูซาเตี๊ยะ ซึ่งเป็นปลาทูสดที่นำมาควักไส้ออก นำมาต้มกับเครื่องปรุง จนรสชาติเข้าเนื้อ ทำให้มีรสชาติเค็มและหวานกลมกล่อม มีจุดเด่นที่สามารถทานได้ทั้งก้าง จึงเป็นที่มาของชื่อเล่นเมนูนี้ที่ว่าปลาทูก้างนิ่ม นอกจากนั้นก็ยังมีเมนูจากปลาทู ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของท้องถิ่น อาทิเช่น ปลาทูฟ ปลาทูทอดน้ำปลาและปลาทูต้มยำสูตรโบราณ (เป็นการต้มปลาทูกับน้ำซุปหอม ๆ ปรุงรสด้วยพริกขี้หนูสวน มะนาวและน้ำปลา) ไม่หมดเพียงเท่านี้ ทางร้านก็ยังมีปูไข่ ปูเนื้อและปูม้าตัวใหญ่นึ่ง ทานพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดจัดจ้านของทานร้าน ยิ่งทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ก็ยิ่งอร่อย

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ทางร้านยังมีเมนูอาหารทะเลอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น เนื้อปูผัดผงกระหรี่ เนื้อปูผัดพริกขี้หนู ปูนิ่มทอดกระเทียม ห่อหมกเจ้าพระยา แกงส้มไข่ปลาริวกิวยอดมะพร้าวอ่อน และปูไข่ดอง แต่ละเมนูมีจุดเด่นที่ความแซ่บและความจัดจ้านของเครื่องปรุง และวัตถุดิบที่สดจริง ๆ มาจากท่าเรือ ถึงแม้ว่าเมนูจะมีมากมายละลานตาจนแทบเลือกไม่ถูก แต่ก็ให้ระวังเวลาสั่งอาหารนิดนึง เพราะว่าอาหารเค้าทำมาแต่ละจานค่อนข้างใหญ่ หากสั่งมาเยอะ อาจจะทานไม่เหมาะ แต่จะขอห่อกลับไปทานที่บ้านต่อก็ได้ ไม่มีปัญหา

บรรยากาศของทางร้านเป็นร้านเปิด มีลมทะเลพัดเข้ามาตลอด แม้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่ก็เย็นสบาย มีที่นั่งกว้างขวาง จัดวางอย่างไม่แออัดและเป็นส่วนตัว พนักงานบริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ลูกค้ายังสามารถเดินข้ามสะพานเพื่อไปถ่ายรูปสวย ๆ ได้บรรยากาศริมทะเลกระซ้าขาวอย่างจัดเต็มได้อีกด้วย

ร้าน ครัวเจ้าพระยา ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 ขับมาจนถึงซอยวัดบางกระเจ้า ตรงเข้ามาเรื่อย ๆ และขับตามป้าย ไม่นานก็ถึงร้านแล้ว ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น. โทรศัพท์ 094-340-3355, 087-155-1174 Facebook: ครัวเจ้าพระยา ริมทะเลกระซ้าขาว สมุทรสาคร

ชวนไปฟินกันที่ Copper Buffet บุฟเฟต์อาหารนานาชาติ คุ้มค่าและมีระดับน่าลิ้มลอง

อาหารบุฟเฟต์นานาชาติเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาร้านอาหารดี ๆ ไว้ทานกับครอบครัวหรือคนพิเศษในวันที่พิเศษ หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาร้านบุฟเฟต์นานาชาติที่ราคาเหมาะสม แถมคุณภาพดีเยี่ยม เราขอแนะนำร้าน Copper Buffet ร้านบุฟเฟต์นานาชาติที่ปิ่นเกล้า ที่หากได้ลองไปทานสักครั้ง รับรองว่าติดใจอย่างแน่นอน

Copper Buffet ร้านบุฟเฟต์นานาชาติเกรดพรีเมียมที่มีราคาหลักร้อย ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด Copper Buffet เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ที่มีราคาเพียง 987 บาทเท่านั่น โดยในบุฟเฟต์จะรวมด้วยอาหารนานาชาติ ปรุงจากวัตถุดิบนำเข้าจากทั่วโลก ปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมเสิร์ฟลูกค้า มีอะไรกันบ้าง ตามมาดูเลย

ขอเริ่มในส่วนของอาหารญี่ปุ่น ทางร้านมีทั้งซูชิหน้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นซูชิหน้าเนื้อวากิว ซูชิหน้าปลาแซลมอนทั้งแบบสดและแบบเบิร์นให้สุดเล็กน้อย ราดด้วยซอสมากมายที่ช่วยตัดเลี่ยนได้ดี และซูชิปูอัด ส่วนซาซิมิ ก็มีทั้งปลากะพง ปลาแซลมอนที่เลือกได้หากจะเอาส่วนท้อง ซึ่งมีความมันกว่าส่วนอื่น ๆ ปูอัดและไข่หวาน รวมไปถึงของทอดอย่างปลาไข่ทอดและกุ้งเทมปุระ

มาถึงในโซนอาหารยุโรปกันบ้าง ทางร้านมีให้เลือกอย่างละลานตาเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสปาเก็ตตี้เส้นดำซีฟู้ด สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ผัดร้อน ๆ บนจานชีส ซึ่งจะทำให้สปาเก็ตตี้มีกลิ่นหอมมากและมีรสชาติอ่อน ๆ ของชีส และซุปเห็ดทรัฟเฟิล รสชาติเข้มข้น มีกลิ่นเห็ดทรัฟเฟิลที่หอมมากจนแทบจะอดใจไม่ไหวจนต้องขอเติมอีกสักถ้วย อีกยังยังมีสเต็กเนื้อวากิว สเต็กเนื้อแกะและเนื้อซี่โครงนุ่ม ๆ ไม่เหนียว ให้ทานเพิ่มโปรตีนกันด้วย ยังไม่พอ ทางร้านยังมีอาหารประเภทสลัดและ Cold Cut

ไลน์อาหารทะเลก็มีหลากหลายเช่นเดียวกัน ทั้งหอยนางรมสดพร้อมเครื่องเคียงอย่างกระเทียมทอดและพริกเผา มีหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์และกุ้ง พร้อมด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาติจัดจ้านและสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารไทย ก็มีอาหารไทยให้เลือกทานกันอย่างจุใจเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผัดไทยกุ้งแม่น้ำสด ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อวากิวและหมูและไก่ทอด

อีกไลน์หนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กับไลน์อื่นเลยก็คือของหวาน เพราะมีทั้ง Chocolate Lava, Panna Cotta, Cream brulee, Toast ต่าง ๆ และไอศกรีมรสชาติต่าง ๆ ทำสดเรื่อย ๆ ตามสั่ง จึงสดใหม่ ร้อน อร่อยมากจริง ๆ

ร้าน Copper Buffet ตั้งอยู่บนชั้น 2 โครงการ The sense ปิ่นเกล้า เวลาในการทานของร้านจะเปิดเป็น 4 รอบ ก็คือ รอบที่ 1 ตั้งแต่ 11.00 – 13.00 น. , ต่อมาคือตั้งแต่ 13.30 – 15.30 น. รอบที่ 3 ตั้งแต่ 17.00 – 19.00 น. และรอบที่ 4 ตั้งแต่ 19.30 – 21.30 น. หากต้องการจะมาทาน ควรต้องโทรมาจองที่นั่งก่อน นอกจากนั้นทางร้านยังเปิดให้สมัครสมาชิก เพื่อรับส่วนลดหัวละ 200 บาท พร้อมเมนูพรีเมียมประจำเดือนอาทิเช่น ตับห่านฟัวกราส์หรือกุ้งล็อบสเตอร์สดและหวานกรอบ โทรศัพท์ 092-281-1818, 098-824-1800 Facebook: Copper Buffet

ร้านตำแซบ ร้านส้มตำเผ็ดเว่อร์ ทั้งสะอาดและอร่อยที่มหาชัย

ส้มตำเป็นอาหารที่แค่นึกถึงก็เปรี้ยวปาก น้ำลายสอแล้ว ด้วยรสชาติเผ็ด ๆ เปรี้ยวนำและเค็มตาม ก่อนจะปิดด้วยรสชาติหวาน ครบทุกรสชาติจึงทำให้ทานเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ โดยแม่ค้าจะนำมะละกอสด ๆ กรอบ ๆ หั่นเป็นเส้น ๆ และใส่เข้าไปในครก ปรุงรสด้วยน้ำปลา พริก น้ำตาลปี๊บและผงชูรสเล็กน้อยพอให้รสชาตินัว ๆ แล้วก็ค่อยเติมด้วยเครื่องเคียงต่าง ๆ ที่ช่วยชูรสให้ส้มตำอร่อยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปูม้า ปูดอง กุ้งแห้ง ไข่เค็มและปลาร้า สมเป็นอาหารยอดฮิตของบ้านเราจริง ๆ

ร้านส้มตำมีอยู่มากมายหลายร้าน ทั้งริมทางและในร้านที่มีเครื่องปรับอากาศ ราคาก็จะแตกต่างกันตามเครื่องปรุงที่ใช้และสถานที่ตั้งของร้าน ไปจนถึงความจัดจ้านของรสชาติส้มตำด้วย วันนี้ร้านที่เราจะแนะนำไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ก็มีความเผ็ดแซ่บเว่อร์ ไม่แพ้ร้านอื่น ๆ และก็อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากเท่าไหร่เลย ก็คือร้านตำแซบ มหาชัย นั่นเอง

ร้านตำแซบ มหาชัย เป็นร้านที่เปิดกิจการมานานหลายปีแล้ว อยู่คู่กับเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาครมานาน ทางร้านมีบรรยากาศดี เหมาะสำหรับพาครอบครัวมาสังสรรค์กัน และมีบริการห้องปรับอากาศ นั่งทานได้สบาย ๆ ไม่ร้อน ทางร้านจะขายทั้งอาหารไทยและอาหารอีสาน ซึ่งเมนูของเค้าจะมีความหลากหลายพอสมควร แม้ยังมีราคาไม่แพงมาก ในเมนูมีรายการส้มตำกว่า 30 รายการไม่ใช่แค่ส้มตำปู ส้มตำปลาร้าหรือส้มตำไข่เค็ม เรียกได้ว่าจุใจคนชอบทานส้มตำ ส้มตำของเค้าจะใช้พริกสดตำ จึงค่อนข้างจะเผ็ดเอาเรื่องอยู่ เวลาสั่งก็บอกระดับความเผ็ดที่ต้องการได้ ส่วนอีกเมนูหนึ่งที่ฮิตมาก ๆ ลูกค้ามาต้องสั่งกันเกือบทุกโต๊ะก็คือผัดหมี่กระเฉด ปีกไก่ทอด ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลากะพงสมุนไพรและสลัดกุ้งแก้ว ซึ่งเค้าจะเป็นสลัดผลไม้ในตะกร้าเผือกทอด ทานคู่กับกุ้งชุบแป้งทอด ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และอีกเมนูยอดฮิตก็คือยำปูไข่ดอง มีน้ำจิ้มที่ใส่ทั้งพริกและกระเทียมจัดเต็ม อร่อยมาก ก.ไก่ล้านตัวไปเลย และสำหรับผู้ที่ชอบทานผัก ลองทานกะหล่ำผัดน้ำปลาของทางร้าน ที่อร่อยมาก เค็มนำหวานตามกำลังดี ช่วยลดความเผ็ดได้ดีทีเดียว

ทางร้านยังมีของหวานให้เลือกทาน คือไอศกรีมหลายรสชาติและสละลอยแก้วเย็น ๆ ทานเมื่อไหร่ก็สดชื่น ชื่นใจเมื่อนั่นและแก้เผ็ดได้ดีมาก ขนมอีกอย่างก็คือกะลอจี้ ขนมที่ค่อนข้างจะหาทานยากสักหน่อยในปัจจุบัน แต่ทางร้านทำได้อร่อยใช้ได้เลย

ตัวร้านอยู่ในมหาชัย เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังจะเดินทางออกนอกกรุงเทพฯ ไปท่องเที่ยว หรือกำลังจะเดินทางกลับไปยังกรุงเทพฯ รับรองว่าร้านนี้ถูกใจทุกคนแน่นอนโดยเฉพาะผู้ที่ชอบทานส้มตำรสชาติจัดจ้าน อีกทั้งยังเดินทางไม่ยาก โดยอยู่ที่ซอยเทศบาล 8 มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ร้านจะอยู่ฝั่งขาออกเส้นพระราม 2 ร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 น. – 22.00 น. โทรศัพท์ 080-025-3399 ทางร้านมีที่จอดรถกว้างขวาง สามารถขับรถมาได้เลย Facebook: ตำแซ่บ TumZap

แนะนำร้านชาบูซูชิสุดคุ้มและน่ารักที่ใคร ๆ ก็ชอบ Penguin Eat Shabu

ชาบูเป็นอาหารที่ทานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ มีจุดเด่นที่รสชาติเข้มข้นของน้ำซุปที่มีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบ ตั้งแต่รสชาติหอมกรุ่นสไตล์ญี่ปุ่น ไปจนถึงรสชาติจัดจ้านสไตล์ไทย และยิ่งมีน้ำจิ้มเด็ดแล้ว ขอบอกว่าต้องเติมเนื้อและผักรัว ๆ เลยล่ะ เราจะมาแนะนำร้านชาบูแสนอร่อย ที่มีจุดเด่นที่เป็นบุฟเฟต์และมีอาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิรวมอยู่ในเมนูกันบ้าง รับรองว่าคุ้มสุดแถมยังถูกปากทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน

Penguin Eat Shabu เป็นอีกร้านชาบูหนึ่งที่เปิดและก้าวเข้ามาในตลาดร้านชาบูที่มีการแข่งขันกันสูงมาก แน่นอนว่าร้านนี้ต้องมีดี ถึงได้เปิดทำการมาได้หลายปี แถมยังมีการขยายสาขาด้วยนะ โดยทางร้านเป็นร้านชาบูแบบฟิวชั่น ตกแต่งแบบสบายตาและมีโทนสีที่เห็นแล้วครึกครื้นอย่างสีเหลือง และมีตุ๊กตาเพนกวินตัวน้อยตกแต่งอยู่ในร้าน ถูกใจคุณหนู ๆ เป็นที่สุด อีกทั้งยังมีสโลแกนเจ๋ง ๆ อย่าง “ไม่อร่อยให้ต่อยเพนกวิน” ต่างก็เป็นจุดเด่นที่ทำให้บรรดาลูกค้าจดจำร้านนี้ได้นั่นเอง

ในส่วนของเมนู ทางร้านมีด้วยกันหลายเรทราคาด้วยกัน นั่นก็คือ 359, 459, 659 บาท โดยราคาดังกล่าวเป็นราคา Net แล้ว ไม่มีการบวกเพิ่ม ไฮไลท์ก็คือในส่วนของเมนูบุฟเฟต์ราคา 659 บาท Net จะมีเนื้อวากิวหอมนุ่มละลายในปาก มีทั้งส่วนริบอาย พับใน ลูกมะพร้าวและเนื้อน่องลาย โดยทางร้านบอกว่าเนื้อวัววากิวที่ใช้ในร้านเป็นเนื้อวัววากิวจากญี่ปุ่น ให้ทานยอดข้าวและเลี้ยงให้กินและนอน แบบไม่ต้องทำอะไร จึงทำให้เนื้อมีไขมันแทรกเยอะเป็นพิเศษ มีกล้ามเนื้อน้อย ทำให้ไม่เหนียว อร่อยสุด ๆ แอบกระซิบนิดหนึ่งว่าเวลาที่สั่งอาหารแล้วอาจจะต้องรอช้าสักหน่อย แต่ขอให้อย่าเพิ่งโมโห เพราะทางร้านเค้าจะนำเนื้อก้อนมาหั่นตามที่สั่ง เพื่อไม่ทำให้เนื้อแห้งและทำให้เนื้อหวานนุ่ม อร่อย นั่นเอง และสำหรับผู้ที่ไม่ทานเนื้อ ก็สามารถสั่งเนื้อหมูได้ มีทั้งหมูสันนอก สันคอและหมูสามชั้น เวลาจุ่มลงในน้ำซุปใสจากกระดูกไก่และน้ำซุปดำต้มจากปลาโอญี่ปุ่นตากแห้ง ขอบอกว่าแซ่บแน่นอน และสำหรับไลน์อาหารทะเล ก็มีทั้งปลาแซลมอน กุ้งทะเลและหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์สด ๆ เลือกกันไม่ถูกเลย

อาหารญี่ปุ่นยังเป็นอีกตัวชูโรงของทางร้าน โดยทางร้านจะมีซูชิวากิว วากิวโรล และแซลมอนโรล พร้อมด้วยซูชิหน้าปลาแซลมอนที่ปรุงรสด้วยซอสต่าง ๆ สไตล์ญี่ปุ่น ทานเพลินจนอาจจะลืมจุ่มหมูลงไปในน้ำซุปเลยทีเดียว

กลับมาดูที่น้ำจิ้มกันบ้าง ของทางร้านจะมีน้ำจิ้มอยู่ด้วยกันสองสูตร ก็คือน้ำจิ้มพอนสึแบบญี่ปุ่นและน้ำจิ้มสุกี้รสชาติจัดจ้าน หากยังไม่พอใจ สามารถนำพริก กระเทียมและมะนาวของทางร้านมาปรุงเพิ่มได้ตามใจชอบ

ร้าน Penguin Eat Shabu มีอยู่ด้วยกันหลายสาขาสะพานควาย, สาขา J-arena ราชพฤกษ์, สาขา C.P. Tower และสาขา Terminal 21 ร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 น. – 20.00 น. Facebook: Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู

ไปลองอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม รสชาติจัดจ้านแถมยังราคาดีดีที่ Kabocha Sushi

อาหารญี่ปุ่นเป็นอาหารที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอร่อยและค่อนข้างจะถูกปากคนไทย เพราะมีรสชาติออกเค็ม ๆ หวาน ๆ จัดจ้านด้วยความหอมของวาซาบิ จึงถึงใจใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก ในบ้านเราเองก็มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากมายหลายสไตล์ทั้งอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมไปจนถึงญี่ปุ่นที่ฟิวชั่น ทำให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงหลายเรทราคาขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาใช้ปรุงอาหาร โดยวันนี้เราจะมาแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นเกรดพรีเมียมในราคาเอื้อมถึงได้ พร้อมด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทยเป็นที่สุด นั่นคือร้าน Kabocha Sushi

ร้าน Kabocha Sushi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ โดยแต่ละสาขาจะเป็นร้านที่ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ขอบอกว่าคนแน่นทุกร้าน เพราะร้านเค้าดีงามจริง ๆ ด้วยการที่มีโปรโมชั่นสุดคุ้ม คืนความสุขให้กับลูกค้าตลอด ๆ แถมยังมีอาหารญี่ปุ่นจากวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ผ่านคำเคลมของทางร้านที่ว่าสดอร่อยเหมือนไปทานที่ตลาดปลาในกรุงโตเกียวเลยทีเดียว

เมื่อเข้ามาในร้าน ทางร้านจะมีของว่าง เป็น Complimentary ให้ทานเล่นระหว่างที่กำลังรออาหารมาเสิร์ฟ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามแต่นโยบายของทางร้าน เพื่อไม่ให้ลูกค้าเบื่อนั่นเอง ส่วนมากก็จะเป็นกระดูกปลาทอดและถั่วแระญี่ปุ่นเม็ดอวบ ไม่เค็ม ซึ่งมันส์และทานเพลินมาก ๆ นอกจากนั้นทางร้านก็ยังจะให้ซุปมิโซะรสชาติกลมกล่อมกับลูกค้าไว้ซดให้คล่องคอ 1 ถ้วยอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการอุ่นเครื่องที่ดีทีเดียว

สำหรับไลน์อาหารญี่ปุ่นของทางร้านก็มีมากมายหลากหลายให้เลือกทาน ไม่ว่าจะเป็นซูชิหน้าปลาสดต่าง ๆ ซูชิ มากิ ข้าวดงบุริต่าง ๆ ทั้งข้าวหมูทอด ปลาย่าง หน้าไคเซ็นด้ง เทมปุระต่าง ๆ ทั้งกุ้งและผัก หมูทงคัตสึ หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ้ว ราเมนและอุด้ง ไม่ว่าคุณจะชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์ไหน ที่ร้านนี้ก็พร้อมจะตอบโจทย์ลูกค้าทุกท่าน

เมนูที่โดดเด่นและแนะนำเลยสำหรับผู้ที่มาทานอาหารญี่ปุ่นที่ร้านนี้ก็คือสลัดปลาเงิน โดยเค้าจะนำปลาเงินหรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่าปลา Shirauo ซึ่งมีลักษณะเป็นปลาตัวเล็ก ๆ นำมาทอดกรอบทั้งตัว ใส่ลงไปในจานสลัด ปรุงด้วยน้ำสลัดสูตรเฉพาะของทางร้านที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน ขอบอกว่าทานกี่จานก็ไม่พอ ส่วนอีกเมนูหนึ่งก็คือพวกซาชิมิต่าง ๆ ที่ทางร้านขนกันมาอย่างจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอน ปลากระพง หอยโฮตาเตะ ปลาทูน่า ส่วนมากุโร โอโทโร่ และชูโรโท่ที่สดมากจนแทบจะละลายในปาก แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว

ร้าน Kabocha Sushi มีอยู่หลายสาขาด้วยกันก็คือ สาขาลาดพร้าว 19, สาขา The Street รัชดา, สาขา The Nine พระราม 9, สาขา The Bright พระราม 2, สาขา Home Pro พระราม 3, สาขาเซ็นทรัลบางนา และสาขาเสนาเฟสท์ ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.30 น. – 22.00 น. Facebook: Kabochasushi