ร้านอาหารเกาหลี ในความเป็นเชียงใหม่แบบ “ล้ำลำ”

ประเทศเกาหลี เป็นอีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านในทวีปเอเชีย ที่มีอิทธิพลมากในประเทศไทยเวลานี้ นอกจากประเทศเกาหลีจะมีศิลปินสุดฮอตที่กวาดเอาแฟนคลับในประเทศไทยไปเยอะแยะแล้ว เทรนด์การแต่งตัว หรือแม้แต่เครื่องสำอางที่กลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ยังนิยมใช้จากบริษัทผู้ผลิตที่เป็นประเทศเกาหลี เรียกได้ว่าวัฒนธรรมต่าง ๆ ของประเทศนี้มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก และยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

วัฒนธรรมการกินอาหารของชาวเกาหลีเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทางประเทศเกาหลีเองภูมิใจที่จะเผยแพร่อาหารเกาหลีต่อผู้คนทั้งโลก เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของเกาหลีเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งในเรื่องของการเกษตรรวมถึงการทำประมง ทำให้ประเทศเกาหลีมีวัตถุดิบที่สดใหม่อยู่ตลอด และคนเกาหลีก็มักจะมีภูมิปัญญาที่ชาญฉลาดในการถนอมอาหารเมื่อถึงฤดูที่ไม่สามารถทำการเก็บเกี่ยวหรือทำประมงได้ อาหารเกาหลีที่พอเอ่ยชื่อแล้วทุกคนจะต้องรู้จักนั่นก็คือ กิมจิ เพราะมักจะเป็นเครื่องเคียงที่อยู่ในทุกเมนูอาหาร อีกหนึ่งสิ่งที่ประเทศเกาหลีมีวัฒนธรรมการกินที่คล้าย ๆ กับประเทศไทยหรืออาจจะเรียกได้ว่าต้นกำเนิดของหมูกระทะบ้านเรา มาจากเนื้อย่างของประเทศเกาหลีแบบนั้นก็ได้ แตกต่างกันที่น้ำจิ้ม และเครื่องเคียงของเนื้อย่างเกาหลี ส่วนใหญ่ซอสเกาหลีที่หมักเนื้อก่อนที่จะนำมาย่างจะมีสีส้มและมีส่วนผสมของถั่วและสาลี่ ได้รสชาติที่เข้มข้น ออกเค็มนิด ไม่เผ็ดมาก เด็กสามารถทานได้ ส่วนเครื่องเคียงก็มีให้เลือกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นผักสด ถั่วงอกผัดน้ำมัน กิมจิ มะเขือผัด ถั่ว และอื่น ๆ ให้ลองชิมกันแต่ไม่ต้องไปไกลถึงประเทศเกาหลีก็สามารถลิ้มลองความอร่อยสไตล์เกาหลี แบบบุฟเฟ่ต์ไม่อั้น ได้ที่ “ร้านอาหารเกาหลี ล้ำลำ เชียงใหม่”

ที่ร้านนี้นอกจากจะเอาใจคนที่รักในความเป็นเกาหลีแล้ว ยังเป็นบุฟเฟ่ต์ที่มีให้เลือกทั้ง หมู ไก่ เนื้อวัว พร้อมน้ำจิ้มที่มีให้จิ้มถึง 3 แบบ และเครื่องเคียงที่จัดเต็มแทบจะไม่มีที่ว่างเหลือบนโต๊ะ โดยเฉพาะกิมจิที่ร้านนี้ดองเองและสดใหม่ในทุก ๆ อาทิตย์ ที่นี่เค้ายังมีเครื่องดูดควันที่นำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ หรือใครที่อยากจะทานอาหารเกาหลีแบบต้นตำหรับทั้งต๊อกโบกี ทัคคัลบี ข้าวยำเกาหลี ที่นี่ก็มีเหมือนกัน เรียกว่าย้ายครัวเกาหลีมาไว้ที่เชียงใหม่กันเลย มีมาให้ทุกเกือบทุกเมนูที่คุณต้องการ สามารถสั่งได้ตามจำนวนคน ทั้งแบบเซต 2 ท่านไปจนถึงเซต 10 ท่าน ถ้าอยากเพิ่มความเป็นเกาหลีมากขึ้นไปที่ร้านนี้เค้าก็มีชุดฮันบกเอาไว้ใส่ถ่ายรูปอวดโซเชียลอีกด้วย ร้านอาหารเกาหลีล้ำลำ เปิดให้บริการคู่เชียงใหม่มา 8 ปีแล้ว มีสาขาทั้งหมด 2 สาขา ทั้งสาขา รวมโชคพลาซ่า และสาขา โครงการ The Chill Park ถ.สมโภชน์ 700 ปีเปิดให้บริการ 11:00-22:00 น.

สำหรับคนที่ชื่นชอบและหลงใหลในความเป็นเกาหลีทั้งวัฒนธรรม แฟชั่น หรือ อาหารการกิน ของชาวเกาหลี ร้านอาหารเกาหลีก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ชวนให้เข้าไปซึมซับเอาบรรยากาศ ที่ไม่ต้องไปไกลแต่ก็สามารถได้ลิ้มรสชาติของอาหารเกาหลี ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึงก็น่าจะเพียงพอสำหรับคนที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปถึงถิ่น ถ้าเทียบกับคุณภาพแล้วก็ต้องบอกว่าสมราคาไม่ต้องไปถึงเกาหลีก็ไม่เสียดายเลย

เอาใจคนรักสุขภาพ กับร้าน “สุกี้ ช้างเผือก”

สุกี้หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า สุกียากี้ เป็นอาหารที่นิยมรับประทานในประเทศแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่นและประเทศไทย สุกี้มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว และเริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศไทยเมื่อประมาณ พ.ศ. 2500 เรียกได้ว่าคนไทยกินสุกี้กันมายาวนานเกือบ 60 ปีกันแล้ว ความแปลกใหม่ บวกกับรสชาติของความอร่อยทำให้สุกี้เป็นอาหารยอดฮิตตั้งแต่สมัยนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

เริ่มแรกนั้นสุกี้ในสมัยยุคกลางของญี่ปุ่น มีเรื่องเล่าตามประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า มีนักรบได้ออกล่าเนื้อสัตว์ (ยากิ)และนำกลับมาให้ชาวบ้านใช้พลั่ว (ซูกิ) ประกอบอาหารให้ทาน จึงทำให้เกิดเมนูที่เรียกว่า ซูกิยากิ และเมนูนั้นได้รับความนิยมต่อกันมาเรื่อย ๆ อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เมนูนี้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายเพราะขั้นตอนการทำค่อนข้างง่าย แต่จะแตกต่างกันที่น้ำซุปที่ต้ม ผักและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ที่จะนำมาลวก ก่อนที่จะเสิร์ฟถึงมือของท่าน

แนะนำร้านสุกี้ร้านเด็ด เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเชียงใหม่กับร้าน “สุกี้ช้างเผือก” ซึ่งต้นตำหรับของร้านจะอยู่ที่ตลาดโต้รุ่งช้างเผือก เปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ด้วยเมนูเด็ดของร้านคือ สุกี้แห้ง ด้วยสไตล์การผัดผักที่คงความสด กรอบของผักไว้เสมอ มีกลิ่นหอมไหม้ของกระทะเบา ๆ กัดไปแล้วไม่เหม็นเขียวพร้อมน้ำสุกี้รสเด็ด เมนูสุกี้ที่นี่ก็มีให้เลือกหลายอย่าง เช่น สุกี้หมู สุกี้ทะเล ที่นี่ต้องยกนิ้วให้กับลูกชิ้นปลาก้อนกลม ขาว ใส เมื่อกัดเข้าไปแล้วมีความเนื้อเด้งอยู่ในปาก จิ้มน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้านเพิ่มความอร่อย หรือจะเป็นสุกี้น้ำ ที่น้ำซุปเข้มข้น มีความหวานจากผักและน้ำซุปที่เคี้ยวจนหอมอร่อยกลมกล่อม ถึงกับต้องสั่งทีเดียวไปเลย 2 จาน ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยระดับตำนานในเชียงใหม่แบบนี้แล้วลูกค้าก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา แต่ไม่ต้องกังวลว่ามาแล้วจะไม่ได้ทานเพราะร้านนี้มีถึง 2 สาขา สาขาแรกตั้งอยู่ตลาดโต้รุ่ง ถนนช้างเผือก ส่วนสาขา 2 ตั้งอยู่ที่หลัง มช.(มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) แต่ไม่ค่อยมีที่จอดรถทั้ง 2 สาขา แนะนำให้ขับรถมอเตอร์ไซค์ไป หรือใช้บริการรถแดงเพื่อความสะดวกในการเดินทาง

ด้วยความเปลี่ยนไปตามยุคสมัยทำให้สุกียากี้ในปัจจุบันมีให้เลือกรับประทานกันอย่างหลากหลาย และถูกดัดแปลงไปเรื่อย ๆ ตามความนิยม เพื่อให้ถูกปากมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสุกี้ในแบบหม้อไฟ หรือเพิ่มเติมเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ลงไปเพิ่มความพิเศษให้กับสุกียากี้ถ้วยโปรดของใครหลาย ๆ คน อีกทั้งร้านสุกี้ในประเทศไทยก็มีให้เลือกหลายร้านตามความชอบของแต่ละคน บางร้านก็มักจะมีอาหารพิเศษที่สามารถสั่งมาทานเป็นออร์เดิฟ เช่น เป็ดย่าง ติ่มซำ หรือบะหมี่หยก ก็ถูกอกถูกใจสำหรับคนไทยที่พาครอบครัวไปรับประทานกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ของดีเชียงใหม่ “ไส้อั่วเก๊าบ่าขาม”

จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันเข้ามาเยี่ยมชมอยู่ตลอด สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเชียงใหม่นั่นก็คือ อาหารเหนือ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาถึงเชียงใหม่แล้วไม่ได้มาชิมอาหารเหนือก็เหมือนจะมาไม่ถึง อาหารเหนือสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเชียงใหม่อาจจะดูเลือกยาก แต่อยากให้ลองทาน “ไส้อั่ว” อาหารเหนือที่เป็นสัญลักษณ์ของเชียงใหม่รองลงมาจากแคบหมู และน้ำพริกหนุ่ม ความเป็นเอกลักษณ์ของไส้อั่วของแต่ละร้านก็จะแตกต่างกันออกไป รวมไปถึงวิธีการทำซึ่งมีทั้งแบบย่างบนเตาถ่านร้อน ๆ และแบบทอด

ไส้อั่วมีลักษณะคล้ายกับไส้กรอกที่เราเองคุ้นชิน เพียงแต่วิธีการทำนั้นจะละเอียดกว่าโดยการนำ ไส้อ่อนหมูยัดไส้ไปพร้อมกับเครื่องแกงและเนื้อหมูบด วิธีการนี้ทางภาคเหนือจะเรียกอั่ว กรอกเข้าไปในไส้หมู บิดให้เป็นท่อนพอประมาณ รัดหัวและท้ายของไส้เพื่อไม่ให้เครื่องแกงไหลออกมากจนทะลัก จากนั้นนำไปย่างให้เกรียมใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเพื่อเป็นการระบายอากาศและทำให้ไส้ไม่แตก ไส้อั่วจะมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน บางทีก็เลือกใช้วิธีการทอดกลิ่นก็จะหอมไปอีกแบบ บางที่นอกจากจะใช้หมูแล้วยังใช้ตับเป็นวัตถุดิบเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับไส้อั่ว เรียกไส้อั่วตับ หรือบางท้องถิ่นอาจจะมีการผสมหน่อไม้ไปด้วย เรียกว่า ไส้อั่วหน่อ แต่คนส่วนใหญ่มักจะนิยมรับประทานไส้อั่วหมูมากกว่าเนื่องจากรับประทานง่าย และหาซื้อได้ทั่วไป

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของไส้อั่วเก๊าบ่าขาม ที่มากไปกว่ารสชาติก็คงจะเป็นกลิ่นหอมของสมุนไพร ที่ต้องโครกกันให้ละเอียด เครื่องเทศที่คัดสรรมาแล้ว ทั้งตะไคร้ พริกแห้ง กระเทียม และอีกหลาย ๆ อย่าง ทำให้ “ไส้อั่วเก๊าบ่าขาม” เป็นร้านที่ได้รับความนิยมของลูกค้าและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก รสชาติดี เนื้อไส้อั่วหอม มัน เมื่อกัดเข้าไปจะพบกับความฉ่ำของเครื่องแกงที่ผสมกับหมู ไม่มีความเลี่ยนมาทำให้เสียอรรถรสในการชิม เนื้อค่อนข้างแน่น ย่างบนเตาถ่านร้อน ๆ ควันโขมง ส่งกลิ่นเย้ายวนใจ ดึงดูดคนหิวให้มาต่อคิวซื้อกันอย่างเนืองแน่น สำหรับใครที่ซื้อทานที่ร้านแล้วยังไม่อิ่ม อยากจะซื้อกลับบ้านไปหรือซื้อเป็นของฝาก ที่ร้านเค้าก็มีไส้อั่วในรูปแบบที่ซื้อกลับไปได้ด้วยเผื่อใครที่อยากจะนำไปเป็นของฝาก

การเดินทางมาที่ร้านไส้อั่วเก๊าบ่าขามค่อนข้างหาง่าย เพราะร้านจะตั้งอยู่หน้าตลาดสดแม่เหี้ยะ ถนนเส้นคันคลองชลประทาน ที่ร้านไม่มีโต๊ะให้นั่งรับประทาน ร้านเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ขายไปเรื่อย ๆ จนกว่าของจะหมด ที่ร้านไม่ได้มีดีแค่ไส้อั่วแต่ยังมีอาหารเหนืออีกหลายอย่างให้เลือกชิมกันไม่ว่าจะเป็นแหนมย่าง น้ำพริกหนุ่ม หมูสามชั้นย่าง หมูยอ และอีกหลาย ๆ อย่างเตรียมพร้อมรอเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวกันเข้ามาชิมกัน

อัญมณีล้ำค่า เป็นขนมหวานถ้วยโปรด แห่ง “ร้านทับทิมกรอบเจ๊อ้วน”

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกิน ทั้งของคาว ของหวาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทยที่โดดเด่น และนิสัยของคนไทยที่กินคาวแล้วต้องกินหวานจึงทำให้อาหารไทยมีหลายเมนูเป็นที่น่าสนใจแก่ชาวต่างประเทศ และเนื่องจากประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนจึงทำให้มีเมนูขนมหวานต่าง ๆ มากมายมาเพื่อดับร้อน นอกจากจะช่วยคลายร้อนได้บ้างแล้ว ชื่อของขนมหวาน และอาหารอื่น ๆ ยังจะต้องเป็นชื่อที่เป็นมงคลเหมาะแก่การนำไปใช้ในพิธีมงคลอีกด้วย

ขนมหวานคล้ายร้อนของประเทศไทยที่ชื่อเป็นมงคลอีกหนึ่งอย่างคงหนีไม่พ้น “ทับทิมกรอบ” เป็นขนมหวานไทยที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับผลไม้อย่างหนึ่ง คือ ทับทิม ที่จะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆ สีแดงเข้มสลับอ่อน นิยมทานในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูร้อน เป็นขนมหวานที่มีลักษณะเป็นเม็ดทับทิมกรอบ สีแดง สีสันสดใส ซึ่งข้างในจะเป็นแห้ว นำมาตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ หุ้มด้วยแป้งที่ผสมสีแดงฉ่ำ แล้วนำเอาไปต้มเพื่อให้ตัวแป้งสุก เคี่ยวน้ำกะทิจนแตกมัน ตักใส่ทับทิมกรอบพร้อมกับราดน้ำเชื่อมลงไป ลอยดอกมะลิเพื่อเพิ่มความหอม โรยน้ำแข็งทุบละเอียดลงไป รสชาติหอมชื่นใจ

ร้านทับทิมกรอบที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่คงหนีไม่พ้นร้านชื่อดังเจ้านี้ “ทับทิมกรอบเจ๊อ้วน” ร้านนี้เปิดมานานกว่า 20 ปีแล้ว มีเมนูทั้งของคาว ของหวานแต่ทีเด็ดที่สุดคงจะต้องเป็น ทับทิมกรอบอันเลื่องชื่อ สูตรของร้านที่ทำเองตั้งแต่การเคี่ยวน้ำกะทิ จนถึงการคัดเลือกแห้ว เรียกว่าทำเองทั้งหมดได้ทั้งความเข้ม ความมัน จนลูกค้าหลาย ๆ ท่านถึงต้องกับยกซด เมนูทับทิมกรอบของเจ้อ้วนมีมาให้เลือกทั้งหมด 3 สูตร ทั้งสูตรที่เป็นทับทิมกรอบกับมะพร้าวกะทิ หรือจะเป็นสูตรที่เพิ่มเครื่องเคียงอย่างเช่น พุทราเชื่อม แห้วเชื่อม หรือสูตร 3 ที่ใส่รวมทั้งหมดมาเลยทั้งสลิ่ม ทั้งมันเชื่อม เรียกว่าจัดเต็มมาเลยก็ได้ เวลาเคี้ยวไปจะรู้สึกกรอบและนุ่มลิ้น น่าไปลิ้มลองเป็นที่สุด ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนศรีดอนไชย เลยพันทิพย์พลาซ่าไปทางแม่น้ำปิง ร้านคนจะแน่นตลอด เพราะทุกคนต่างอยากมาลองชิมขนมหวานแสนอร่อยจากร้านทับทิมกรอบเจ้อ้วน

ขึ้นชื่อว่าขนมหวานแล้ว รสชาติก็ต้องหวานตามไปด้วย แต่ขนมหวานไทยเอกลักษณ์ของความหวานจะอยู่ที่การเคี่ยวน้ำเชื่อมไม่ให้ออกมาหวานแหลมเกินไป แต่จะเป็นความหวานแบบละมุนลิ้น มีความมันและเค็มจากกะทิเป็นการตัดความเลี่ยนของขนมหวาน รวมไปถึงกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของขนมหวานแต่ละชนิด ที่นอกจากจะทำให้รู้สึกสดชื่นแล้วยังเป็นการกระตุ้นความอยากอาหารสำหรับคนที่รู้สึกเบื่ออาหาร แต่ถ้าหากทานมากเกินไปก็อาจจะทำให้อ้วนได้ เรียกว่าทานได้ แต่ต้องอย่าลืมที่จะรักษาสุขภาพควบคู่กันไปด้วยจะได้มีความสุขควบคู่กันนาน ๆ

ร้านข้าวเงี้ยวดังระดับตำนาน “ข้าวเงี้ยว ตาบุญ” เชียงใหม่เจ้า

“ข้าวเงี้ยว” หรืออีกชื่อที่คนทางภาคเหนือมักเรียกอาหารชนิดนี้กันอีกอย่างหนึ่งคือ “ข้าวกั้นจิ้น” เป็นอาหารพื้นบ้านล้านนาที่ส่วนใหญ่มีแค่คนเหนือเท่านั้นที่รู้จัก เดิมทีข้าวเงี้ยวเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากไทยใหญ่ ซึ่งในอดีตชาวล้านนาจะเรียกชาวไทยใหญ่ว่า เงี้ยว จึงเป็นที่มาของการเรียกอาหารชนิดนี้ว่า ข้าวเงี้ยว แต่ในบางพื้นที่ก็มักจะเรียกกันอีกอย่างหนึ่งคือข้าวกั้นจิ้น อาจจะเป็นเพราะมีขั้นตอนการทำดังนี้ นำข้าวสวย มาคลุกเค้า บีบและนวด ผสมกับเลือดหมูที่คั้นกับตะไคร้เพื่อดับกลิ่น และปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ ตักข้าวที่คั้นกับเลือดมาห่อกับใบตอง แล้วนำไปนึ่งจนสุก ก็เป็นอันเสร็จ พร้อมรับประทาน ขั้นตอนการคลุกเค้าแบบนี้ชาวเหนือจะเรียกว่า กั้น จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  ข้าวกั้นจิ้น

หากคุณแวะมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ แนะนำให้ลองไปชิมร้าน ข้าวเงี้ยวตาบุญ เป็นร้านข้าวเงี้ยวในตำนานของชาวเชียงใหม่ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าการประปาเชียงใหม่ ก่อนถึงโลตัสคำเที่ยง ซึ่งชื่อระดับตำนานที่จะต้องกล่าวถึงนี้ก็คือ ตาบุญ เมื่อก่อนนั้นแกหาบข้าวเงี้ยวขายเลี้ยงครอบครัวมาเป็นเวลากว่า 50 ปี ปัจจุบันได้เสียชีวิตลงแล้ว สิ่งทีเหลืออยู่ก็คือ สูตรข้าวเงี้ยวอร่อย ๆ ของแกที่ทิ้งไว้ให้กับลูกหลานได้สืบต่อจนเปิดเป็นร้านข้าวเงี้ยวตาบุญ ที่เราได้เห็นกันทุกวันนี้

สำหรับใครที่แวะมาทานที่ร้านนี้อย่ามัวแต่ดูเมนูเพลินจนลืมสั่งเมนูต้นตำหรับของร้านนั่นก็คือ ข้าวเงี้ยว ซึ่งจะเสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงนั่นก็คือ กระเทียมเจียวที่จะมีน้ำมันติดมานิด ๆ พริกแห้งทอด ผักชี และแตงกวา เวลาทานต้องบีบมะนาว ๆ นิด ๆ เพิ่มรสชาติ เคี้ยวไปจะได้กลิ่นหอมของกระเทียมเจียว มีความฉ่ำของน้ำมันกระเทียมเจียว ตัดเลี่ยนด้วยพริกแห้งทอด ต้องบอกเลยว่าจานเดียวไม่พอแน่นอน

เมนูอื่นที่ไม่ควรพลาดสำหรับร้านนี้นอกจากข้าวเงี้ยวแล้วก็คือ ข้าวซอย และขนมจีนน้ำเงี้ยว ซึ่งถ้ามาถึงเชียงใหม่แล้วไม่ได้กินก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึง เมนูขนมจีนร้านนี้มีหลายน้ำให้เลือกชิม ทั้งน้ำแกงเขียวหวานไก่ น้ำยากะทิ แกงเผ็ดไก่ หรือถ้าใครไม่อยากกินเส้นก็สามารถสั่งราดข้าวได้ แต่ถ้าลังเลใจแนะนำเป็นเมนู ข้าวเงี้ยวราดน้ำเงี้ยว ก็เข้ากันจนอยากสั่งกลับไปกินที่บ้าน และยังมีของหวานอย่าง ลอดช่องแตงไทย หรือเฉาก๊วย ก็มีเหมือนกัน บรรยากาศในร้านสบาย ๆ สะอาด สะอ้าน ร้านเปิด 9 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น หยุดทุกวันอาทิตย์

ข้าวเงี้ยวหรือข้าวกั้นจิ้นเป็นอาหารของชาวเหนือ ใครที่เป็นชาวเหนืออยู่แล้วคงรู้กันดีว่ารสชาติมันอร่อยติดใจอย่างไร สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองชิมแล้วแวะมาเที่ยวเชียงใหม่หรือจังหวัดทางภาคเหนือ ถ้ามีโอกาสอย่าลืมลิ้มลองรสชาติอาหารชนิดนี้ดูเพราะว่าด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้อาหารชนิดนี้เริ่มที่จะหาทานได้ยากขึ้นแล้ว

เอาใจคนรักกะเพรา มทส.ประตู4 โคราชเด้อ

อาหารจานด่วนหรืออาหารตามสั่ง เชื่อว่าหลายท่านหน้าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว จะด้วยความเร่งรีบ ความสะดวก หรือประหยัดกว่าทำกับข้าวกินเองก็ตามที ซึ่งอาหารจานด่วนหรืออาหารตามสั่งของไทยนั้นมีหลากหลายเมนู และมีร้านอาหารตามสั่งมากมาย เรียกได้ว่าเปิดขายตลอดเวลาแข่งกับร้านสะดวกซื้อชื่อดังเลยทีเดียว บางเมนูร้านสะดวกซื้อก็นำมาขายเสียเองด้วยซ้ำ เพราะเป็นเมนูที่ใคร ๆ ต่างคุ้นเคยจนเรียกว่าเป็นที่นิยมของคนไทยและต่างชาติทุกเพศทุกวัย แน่นอนว่ามันคือ ข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว เพราะเป็นอาหารที่ง่าย กินได้ทุกมื้อ เคยไหมที่เวลาไปร้านอาหารตามสั่ง คิดเมนูอะไรไม่ออก ก็กระเพราหมูสับไข่ดาว ทำง่าย ได้กินไว แถมรสชาติก็อร่อยถูกใจ จนหลาย ๆ คนเรียกตลก ๆ กันว่า “ข้าวผัดสิ้นคิด” ก็มี

ผัดกะเพรามาจากไหน? เป็นคำถามที่ใครหลายคนอาจสงสัย จากที่ค้นเจอจะเป็นงานเขียนในหนังสืออาหารรสวิเศษของคนโบราณว่า ผัดกะเพราได้มีมากว่า 50 ปีแล้ว เริ่มมีความนิยมทานใน พ.ศ.2500 ก่อนหน้านั้นคนไทยเราใส่ใบกะเพราในผัดเผ็ดหรือแกงป่า ต่อมาชาวจีนได้นำมาผัดกับเต้าเจี้ยว เนื้อหมู  เนื้อไก่ ใส่กระเทียมและพริก ราดกับข้าวสวยร้อน ๆ ปัจจุบันร้านอาหารตามสั่งไม่นิยมใส่เต้าเจี้ยว ในหนังสือยังเขียนถึงอีกที่นึงที่มีวัยรุ่นแถวชลบุรีไปเที่ยวแถวบางแสนจนดึก เจอร้านอาหารที่กำลังจะปิด และรบเร้าเจ้าของร้านให้ทำอาหารให้ อะไรก็ได้ง่าย ๆ เจ้าของร้านจึงนำเนื้อสัตว์ผัดกับกระเพาให้ทานแบบขอไปที แต่อาหารเมนูนี้กลับให้รสอร่อยจนเป็นที่นิยมขึ้นมาได้

เมนูรวดเร็วทันใจที่โคราชย่านนักศึกษา ซึ่งเน้นเร็วเ น้นไว อร่อยและต้องได้เยอะ ๆ เพราะวัยรุ่นส่วนใหญ่จะทานกันเป็นกลุ่มสั่งทีเดียวทานได้ทั้งกลุ่ม รินลดากะเพราถาด อยู่ที่ประตู 4 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุดเด่นของร้านนี้คือข้าวผัดกะเพราที่ใส่ถาดเสิร์ฟ มีไข่ดาวมาวางบนข้าวสวยร้อน ๆ ซึ่งแน่นอนว่าทานคนเดียวจะลำบากหน่อย เพราะร้านนี้ให้เยอะมาก ขนาด 2-3 คนทาน มีทั้งกะเพราหมูสับ ไก่ เนื้อ ปลาหมึก หรือกุ้งตัวใหญ่ ๆ หรือหากเลือกไม่ถูกก็สามารถสั่งกะเพรารวมได้เลย ที่ร้านยังมีเมนูหลายอย่าง รสชาติความเผ็ดสั่งได้ เผ็ดมากเผ็ดน้อยบอกได้เจ้าของร้านจัดให้ตามคำขอ ที่สำคัญผัดกะเพราที่นี่ไม่ใส่ถั่วฝักยาวหรือผักอื่น เรียกได้ว่ากะเพราแท้ ๆ ร้านจะเปิด 10.00 น. – 20.00  ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษา บุคลากร และลูกค้าที่ชื่นชอบกะเพรา เมนูกะเพราที่ร้านแบบขนาดปกติก็มีขาย สามารถสั่งได้ตามสั่งปกติ เหมาะสำหรับฝากท้องก่อน หรือหลังเลิกเรียน หิวข้าวมากินที่ร้านรินลดากะเพราถาด อิ่มอร่อย ราคาประหยัด

 

อิ่มอร่อยสไตล์โก๋หลังวัง ย้อนวัยเก๋าที่ย่านเยาวราช

ในยุค 60 เป็นยุคที่เรียกได้ว่ามีมนต์เสน่ห์เป็นอย่างมาก เพราะกระแสการเข้ามาของวัฒนธรรมอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว ดนตรีร็อคแอนด์โรล การเปลี่ยนแปลงการปกครอง รวมไปถึงวิถีชีวิตต่าง ๆ และที่สำคัญเป็นยุคที่เรียกว่า “อันธพาลครองเมือง” มีกลุ่มนักเลงต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งมีการปกครองชุมชนกันเอง ส่วนมากปกครองด้วยระบบคุณธรรม ไม่กดขี่ข่มเหงใครก่อน แต่ในสมัยนั้นเจ้าาหน้าที่รัฐได้เข้ามาจัดการรูปแบบปกครองจนหมดยุคอันตพาลครองเมืองไป วันนี้เราจะพาคุณไปดูร้านดังเก่าแก่สมัยโก๋หลังวัง ย่านเจริญกรุง เยาวราช และบริเวณใกล้เคียง

อาหารเช้า เราขอแนะนำร้านนี้ ออนล๊อคหยุ่น เป็นร้านอาหารเช้าที่ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง ถนนสายเก่าที่แน่นไปด้วยเรื่องราวในวันวาน ข้างศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งในสมัยก่อนจะเป็นที่ชุมนุมของวัยรุ่น คล้ายกับสยามพารากอนในปัจจุบัน มาลองทานอาหารเช้าสไตล์ breakfast แบบอเมริกันแท้ ๆ ได้จากที่นี่ ร้านนี้ปัจจุบันยังเปิดให้บริการอาหารเช้าอเมริกัน ซึ่งจะประกอบด้วย ไส้กรอก ไข่ดาว หมูแฮม เบคอน ขนมปังกะโหลกร้อน ๆ ที่พร้อมกับเนยและน้ำตาล สังขยา มีข้าวโอ๊ต อุดมด้วยวิตามินให้ได้อิ่มอร่อย และตบท้ายด้วยเครื่องดื่ม กาแฟ ไมโล ถ้าชอบชอบเครื่องดื่มแบบพี่แดงไบเล่อย่างนมเย็น ก็สามารถสั่งได้เลย

อาหารกลางวัน เราขอแนะนำร้านข้าวที่อยู่คู่กับเจริญกรุงมาทุกยุค ข้าวเสียโป ร้านลุงนัน ตั้งอยู่ที่เจริญกรุง 19  ข้าวเสียโปเป็นอาหารเรียกว่ารวมมิตรโบราญในยุคนั้น ซึ่งในอดีตข้าวเสียโปเกิดจากการที่นักพนันมาเล่นการพนันที่เรียกว่าโป ในละแวกนี้แล้วเสีย เหลือเงินไม่มาก เลยร้องขอให้คนขาย ทำอาหารเมนูนี้ขึ้นมาในราคาถูก ๆ ซึ่งข้าวเสียโปจะประกอบไปด้วย ข้าวสวยร้อน ๆ ราดหน้าด้วยหมูกรอบ หมูแดง เป็ดย่าง เครื่องในไก่ ตามด้วยน้ำพะโล้รสกล่อมกล่อม (เสมือนว่ามีอะไรเหลือก็ใส่ ๆ ไป) กลายเป็นอาหารที่ได้รับความสนใจ แม้คนที่ไม่เสียพนันก็ยังชอบมาทาน

อาหารเย็น ปกติกลุ่มอันธพาลมักจะทานอาหารเหลา หรืออาหารภัตตาหารจีน แนะนำที่ร้านภัตตาคารหูฉลาม ฮั้วเซ่งฮงเยาวราช เป็นร้านอาหารสไตล์จีน อยู่คู่เยาวราชมามากกว่า 50 ปีแล้ว โดยสาขาเยาวราชเปิดเป็นสาขาแรก จุดเด่นหลัก ๆ ของที่นี่ คือรสชาติของอาหารและความสดใหม่ของวัตถุดิบ เมนูเด่นของร้านคือ หูฉลามน้ำแดงและปูผัดผงกะหรี่ หรือหากมาหลายท่าน ที่นี่มีอาหารเป็นเซ็ทไว้ให้บริการเพื่อความสะดวกและประหยัด มีอาหาร 6-7 อย่าง เรียกได้ว่าเป็นโต๊ะจีนขนาดย่อม ๆ ในราคาไม่แพง เหมาะสมกับรสชาติอาหารและบริการที่ดีนับว่าคุ้มมาก ๆ

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวจากย่านเก่าแก่ ที่พาให้คุณได้เต็มอิ่มด้วยร้านอาหารที่มีชื่อเสียง และเต็มอิ่มทั้งเรื่องราวในอดีต ความทรงจำในวันวานอร่อยแบบฉบับโก๋หลังที่เยาวราชที่คุณต้องมา

 

แซ่บสุด ๆ ด๊ะดาดสเต็กจิ้มก๊ะแจ่ว ความอร่อยแตกต่างที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

เมื่อพูดถึงสเต็ก (steak) ภาพของอาหารตะวันตกก็ลอยมาในหัวแทบจะทันที ที่มาพร้อมกับเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเมนูเนื้อวัวชิ้นโต ซึ่งผ่านการย่างหรือ grill  ในกระทะจนสุกในระดับที่แต่ละคนชอบ แต่สำหรับเนื้อหมู ไก่ ปลาแล้วละก็มีแต่แบบสุกเท่านั้น สเต็กแบบดั้งเดิมจะเสิร์ฟเครื่องเคียงแบบฝรั่งเศษที่มีทั้งสลัด ขนมปังปิ้งหอม ๆ เฟร้นช์ฟรายด์ มันบด   หรืออาจจะแนบเคียงไส้กรอกรมควัน น้ำจิ้มเป็นซอสเกรวี่ ซอสพริกไทยดำ หรือไวท์ซอส ตามประเภทของเนื้อสัตว์ แล้วสเต็กจิ้มแจ่วสไตล์ไทยละเป็นอย่างไร จะเข้ากันไหมนะ?

แจ่ว คือ เครื่องจิ้มหรือน้ำจิ้มแบบอีสาน หลัก ๆ ส่วนผสมก็มักใช้ปลาร้าหรือน้ำปลา เติมด้วยพริกป่น ใช้จิ้มผักจิ้มเนื้อสัตว์ ร้านด๊ะดาดสเต็กจิ้มก๊ะแจ่ว ได้ผสมผสานอาหารตะวันตกกับน้ำจิ้มแบบอิสาน เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวในแบบเฉพาะของร้าน การตกแต่งร้าน รวมถึงการแต่งกายของพนักงานเป็นสไตส์คาวบอย พิกัดร้านตั้งอยู่ที่ 1119 หมู่5 ซอย สืบศิริ36 ถนนสืบศิริ ตำบลหนองจะบก อำเภอเมืองนครราชสีมา ที่จอดรถสะดวก มีทางเข้าสำหรับรถวิลแชร์ด้วย จะมาเป็นกลุ่มแก๊งค์ก๊วนเพื่อนเป็นหมู่คณะ หรือมากับครอบครัวพาลูกหลานมาทานอาหารกันก็ได้ ร้านเปิดทำการทุกวันตั้ง 10:00 น. -22:00 น.

ด๊ะดาด ภาษาโคราชแปลว่าหลากหลาย มากมาย เมนูของทางร้านจึงมีให้เลือกกันแบบด๊ะดาด เริ่มต้นจากเมนูแนะนำอย่างสเเต็กเนื้ออย่างดี ทีโบน เนื้อชิ้นโต เนื้อหมู เนื้อปลาแซลมอน เนื้อไก่ ที่เสิร์ฟพร้อมกับผักสดแบบบ้าน ๆ สไตล์อีสานกับน้ำจิ้มแจ่วสูตรพิเศษของทางร้าน 2 แบบด้วยกันพร้อมเสิร์ฟข้าวโพดผัดเนยกระทะร้อน เข้ากันอย่างลงตัวอย่างไร คุณต้องลองชิมดูสักครั้ง นอกจากสเต็กจิ้มก๊ะแจ่วแล้ว ทางร้านก็มี อาหารจานแซ่บ เช่น ยำถั่วพลู หมูมะนาว ส้มตำไทย ตำลาว และผัดหมี่โคราชเลื่องชื่อ ทั้งบรรยากาศคาวบอย ดนตรีสด ทั้งเมนูที่มีให้เลือกอีกมากมาย เรียกได้ว่าด๊ะดาจริง ๆ

อาหารการกินบ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่มีในท้องถิ่น ต่างคนต่างเชื้อชาติก็มีวัฒนธรรมแตกต่างกันด้านความเป็นอยู่และอาหารการกิน การผสมผสานวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผ่านเมนูอาหาร ผ่านการนำเสนอในรูปแบบที่หลายคนชื่นชอบ ได้ทานอาหารพร้อมพบปะสังสรรค์บรรยากาศคาวบอยโคราช ถิ่นดินแดนแห่งมิตรภาพและสานสัมพันธ์ดุจญาติมิตร หากคุณกำลังหาร้านสเต็กที่มีมากมายในโคราชแต่ยังตัดสินใจไม่ถูก เราขอแนะนำร้านด๊ะดาด สเต็กจิ้มก๊ะแจ่ว สนุกสนานกับการทานสเต็กในราคาไม่แพงอย่างที่คิด ด๊ะดาดอาหารรสเยี่ยม ร้านมีเครื่องดื่มสำหรับนักดื่มเบียร์ และไวน์  ผ่านมาโคราชแวะมาร้านนี้ดูความแตกต่างที่ลงตัว ด๊ะดาด สเต็กจิ้มก๊ะแจ่ว

 

นั่งชิลริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่กู๊ดวิว บางคอแหลม

ถ้าจะพูดถึงกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย เราจะเห็นได้ว่าเป็นเมืองที่มีอาหารการกินค่อนข้างเยอะ เรียกว่าเป็นศูนย์กลางแห่งอาหารเลยก็ว่าได้ แต่หากคุณกำลังหาร้านที่ราคาไม่แพงและอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยแล้ว อาจจะหายากสักหน่อย เพราะราคาที่ดินของเมืองกรุงนั้นแพงมาก ถึงจะเป็นทางฝั่งธนบุรีหรือจังหวัดสมุทรปราการก็เช่นเดียวกัน แต่ว่าก็ยังมีร้านอาหารที่วิวสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ราคาไม่แพง รสชาติดี ซุกซ่อนอยู่ย่านถนนตก บางคอแหลมนี่เอง เรียกได้ว่ากลางใจเมือง การเดินทางไปมาสะดวกสบาย เหมาะสำหรับพาครอบครัว คนรัก หรือเพื่อน ๆไปสังสรรค์

เดอะวิว หรือ เดอะกู๊ดวิว (กรุงเทพ) ตั้งอยู่ที่  2525 ถนนเจริญกรุง บางคอแหลม กรุงเทพฯ เป็นร้านอาหารกึ่งผับ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการเดินทางมาก็ไม่ยาก ขับรถผ่านหน้าเอเชียทีคไปเส้นถนนตก ร้านจะตั้งอยู่สุดถนนด้านขวา ซึ่งจริง ๆ แล้ว ร้านนี้มี 2 สาขา คือที่เชียงใหม่ริมแม่น้ำปิง และบางคอแหลม กรุงเทพฯ โดยเจ้าของร้านได้เอาแนวความคิดในเรื่องการนำอาหารชาวเหนือล้านนามาให้คนกรุงเทพได้ลิ้มลอง สถานที่จอดรถกว้างขวาง สะดวกสบาย ปลอดภัย ภายในร้านจะมี 3 โซน คือโซนตากอากาศริมแม่น้ำ รับชมวิถีชีวิต 2 ฝั่งเจ้าพระยา โซนผับดนตรีสด ซึ่งเป็นที่นิยมของบรรดาหนุ่มสาวออฟฟิศยามเลิกงาน เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านออฟฟิศที่สาธรหรือสีลมมากนัก หรือจะเลือกโซนริมสวน เพื่อมาคุยงาน ประชุมทีมงานหรือนำเสนองานก็สะดวก บริการอาหารรสชาติดี มีทั้งอาหารไทย  จีน  ญี่ปุ่น และยุโรป หรือโซน อาหารทะเลสดใหม่ ตั้งไว้ให้ท่านเลือกอยู่ที่เคาท์เตอร์ยาว โดยจะมีครัวแบบเปิด โชว์การปรุงอาหารแบบสุกใหม่ ๆ ให้ท่านได้ลิ้มลอง

เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้จะมี ขันโตกกู๊ดวิว เป็นอาหารเหนือที่นำมาเสิร์ฟในขันโตก ซึ่งภายในขันโตกจะมีน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง แคปหมู หมูยอ ไส้อั่ว และผักสด ๆ เรียกว่ายกเอาอาหารและบรรยากาศสไตล์ล้านนามาให้ลิ้มรสกลางเมืองกรุง หรืออาหารอย่างอื่นเช่น ขาหมูเยอรมันขนาดจัมโบ้ ที่นำมาหมักกับเครื่องเทศ นำไปต้มและเอามาทอด จนได้รสชาติที่อร่อยเข้าเนื้อ ใครชอบปลาดิบก็มีซาซิมิรวม ที่มีทั้งปลาแซลมอน ปลาโอและปลาหมึกที่สดและแสนอร่อย เอาใจสายสุขภาพผู้ที่ชื่นชอบในเมนูอาหารญี่ปุ่น

ส่วนเมนูปลานั้น ขอแนะนำปลากะพงทอดสมุนไพร ซึ่งใช้ปลากะพงตัวโตมาราดด้วยน้ำยำสูตรพิเศษของทางร้าน เมื่อทานกับปลากะพงแล้วจะได้รสละมุน กลมกล่อม

สำหรับผู้ที่จะมาแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน ทางร้านมีเครื่องดื่มไว้คอยบริการมากมาย ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ 17.00 น. – 01.00 น. ทุกวัน บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาหารอร่อย ต้องที่ กู๊ดวิวบางคอแหลม

 

บ้านขนมไทย หวานหอมละมุม กับกลิ่นไอความเป็นไทยแท้

ขนมหรือของหวาน เป็นของกินเล่น กินเสริมมื้ออาหารสุดฮิตในทุกยุคทุกสมัย และยิ่งขนมไทยแล้ว มักจะมีรสหวานหอม นิยมปรุงจากแป้ง หรือข้าวผสมกับน้ำตาล บางชนิดมีกะทิเสริมความมันด้วย ซึ่งขนมหรือของหวานนี้มักจะเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ และสาว ๆ ซึ่งโดยแท้จริงแล้วขนมไทยในปัจจุบันมักจะได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ เช่น ประเทศโปรตุเกส อาหรับ  จีน และประเทศดินแดนเพื่อนบ้าน โดยแรกเริ่มขนมไทยแท้จะไม่มีส่วนผสมของไข่แดงและกะทิ จนกระทั่งมีการรับวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามา และที่ร้านบ้านขนมไทย ก็มีขนมไทยแท้ ๆ ให้คุณได้เลือกทานหลากหลายชนิด

สำหรับคนที่ชอบขนมไทย รู้หรือไม่ว่าขนมไทยนั้นจะบ่งบอกถึงความหมายในทางที่ดี เหมาะสำหรับงานมงคล เช่น งานขึ้นบ้านใหม่ งานบวช งานมงคลสมรส เพื่อใช้เลี้ยงพระและแขกที่มาร่วมงาน ซึ่งขนมไทยมงคลด้านล่างนี้ มีจำหน่ายทุกวันที่ร้านบ้านขนมไทยแน่นอน

ขนมชั้น ขนมหวานนี้เหมาะกับงานขึ้นบ้านใหม่ หรือการรับตำแหน่งต่าง ๆ เพราะมีความหมายไปทางเจริญก้าวหน้า มีชั้นมีตำแหน่ง ซึ่งขนมชนิดนี้ทำมาจากแป้งและน้ำตาล ที่หยอดเรียงกันเป็นชั้น ๆ ถึง 9 ชั้น โดยใส่สีสันให้แต่ละชั้นต่างกันสวยงาม

ทองหยิบ เป็นขนมหวานที่ทำมาจากไข่เป็ด ที่เอาเฉพาะไข่แดงมาทำเป็นรูปดอกไม้อย่างสวยงาม โดยการทำขนมนี้จะได้รับอิทธิพลมาจากชาติโปรตุเกส ความหมายของขนมนี้คือความมั่งมีเงินทอง หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง เหมาะกับการเป็นของขวัญให้กับบุคคลที่เราเคารพนับถือ

ทองหยอด เป็นขนมหวานที่คล้ายกับทองหยิบ แต่จะมีรูปทรงกลม มีความหมายที่ดีในทางร่ำรวยเงินทอง

ฝอยทอง ขนมหวานที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาติโปรตุเกสอีกชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นเส้นยาวพับเรียงกันเป็นจับ ๆ และด้วยลักษณะขนมเป็นเส้นยาวนี่เอง จึงนิยมนำมาใช้ในงานมงคล โดยมีความหมายว่ามีชีวิต มีความสุขที่ยืนยาวนานนั่นเอง

ขนมเม็ดขนุน จะเป็นขนมอีกอย่างนึ่งที่คล้ายกับขนมทองหยอด มีทรงกลมแต่แตกต่างที่มีใส้เป็นถั่วกวน แต่บางพื้นที่จะใช้เผือกนึ่งสุกอีกอย่างหนึ่งเป็นใส้ ซึ่งความหมายขนมนี้คือ จะมีแต่คนหนุนนำ สนับสนุนด้านต่าง ๆ

บ้านขนมไทยตั้งอยู่ที่โคราช ในซอยตรอกจันทร์ ถ้ามาจากถนนมิตรภาพเมื่อผ่านแยกไฟแดงบิ๊กซี ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยตรอกจันทร์ร้านอยู่ซ้ายมือ  ซึ่งร้านบ้านขนมไทยเปิดกิจการมากว่า 50 ปีแล้ว เปิดตั้งแต่ 8.00 น. – 17.00 น. ร้านบ้านขนมไทยมีขนมให้เลือกทานหลากหลาย บรรยากาศดี สามารถนั่งทานได้ที่ร้าน หรือจะสั่งกลับไปทานที่บ้านเป็นของฝากให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือก็ได้ ยังมีบริการให้เลือกสั่งขนมเพื่อใช้ในพิธีงานมงคลต่าง ๆ หรือเป็นของว่างพักเบรคในระหว่างการประชุมสัมมนาก็สะดวก ดูดีไปอีกแบบ หากำลังหาร้านขนมไทยที่โคราช แวะที่บ้านขนมไทยอร่อยไม่ผิดหวังแน่นอน