กีฬาแห่งสุภาพบุรุษ อัดกันให้สุดแล้วไปหยุดที่มิตรภาพและเบียร์

รักบี้ฟุตบอลเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่จะต้องปะทะกันอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งเกม เพราะฉะนั้นผู้เล่นจะต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษค่อนข้างสูง ทั้งการเคารพต่อคู่แข่ง กฎกติกามารยาทและการรู้แพ้รู้จักการให้อภัย มิเช่นย่อมจะต้องเกิดการทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง และการเล่นนอกเกมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทำให้กีฬาชนิดนี้ถูกขนานนามว่าเป็นกีฬาแห่ง “สุภาพบุรุษ” นั่นเอง

สำหรับกีฬารักบี้นั้นถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้รับความนิยมมากมายเท่าไรนัก ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกรวมไปถึงประเทศไทยของเรา โดยประเทศที่นิยมเล่นกีฬาชนิดนี้ส่วนมากจะเป็นในกลุ่มสหราชอาณาจักร และประเทศที่วัฒนธรรมของพวกเขาส่งไปถึงซะมากกว่า โดยที่พวกเขาจะเรียกดินแดนที่นิยมกีฬาชนิดนี้ว่า “ฮาร์ทแลนด์” นั่นเอง ซึ่งก็จะมีกลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, แอฟริกาใต้, อาร์เจนติน่า, และนิวซีแลนด์เป็นต้น

แต่ในปัจจุบันดูเหมือนว่ากีฬารักบี้ฟุตบอลกำลังจะได้รับความนิยมเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น หลังจากการจัดรายการรักบี้ชิงแชมป์โลก 2019 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการเผยการแข่งขัน จนทำให้พบว่ามีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้ความสนใจ เกินกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นรักบี้ฟุตบอลเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ได้รับความนิยมจากแฟนกีฬาทั่วโลก สาเหตุที่รักบี้สามารถเข้าไปครองใจแฟนกีฬาได้นั้นเป็นเพราะรักบี้เป็นกีฬาที่มีความสนุกตื่นเต้นไม่แพ้การแข่งขันชนิดอื่นเลย ทั้งความเร็วความแข็งแกร่งและการพลิกแพลงในเกม ทำให้การแข่งขันสนุกตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากมีการเผยแพร่ให้แฟนกีฬาได้รู้จักกฎกติกาการเล่นมากขึ้นกว่านี้  เชื่อว่าน่าจะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนกีฬาได้อย่างไม่ยากเย็นอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งเสน่ห์ของกีฬาลูกผู้ชายชนิดนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น วัฒนธรรมแห่งมิตรภาพที่น่ารักนั่นเอง คือการแข่งขันรักบี้นั้นเมื่อเกมจบลงไม่ว่าจะด้วยผลการแข่งขันเช่นไร หรือว่าอัดกันรุนแรงเพียงใดทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลงภายในสนามเสมอ ไม่เอามาคิดติดใจหรือโกรธเคืองใด ๆ ต่อกันและจะสานสายสัมพันธ์กระชับมิตรกันด้วยเบียร์เสมอ ไม่เพียงแต่แฟนข้างสนามเท่านั้นที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งมิตรภาพด้วยเบียร์ แต่เป็นธรรมเนียมของการแข่งขันเลยว่าทีมที่พ่ายแพ้จะต้องไปแสดงความยินดีกับผู้ชนะด้วยเบียร์อีกด้วย อย่างเช่นการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ผ่านมาถึงแม้ว่าทีมชาติอังกฤษจะแพ้ให้กับแอฟริกาใต้ไปในนัดชิงชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย แต่หลังเกมนั้น “เจ้าชายแฮร์รี่” ดยุ๊คแห่งซัสเซ็กซ์ ได้เสด็จเป็นตัวแทนทีมชาติอังกฤษเพื่อทรงแสดงความยินดีกับทีมคู่ต่อสู้ด้วยพระองค์เอง นับว่าเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่สวยงามมากในวงการกีฬา

หลายครั้งเรามักจะเห็นความแตกแยกทะเลาะวิวาท ที่เกิดจากเกมกีฬาและเบียร์ แต่วัฒนธรรมนี้ในกีฬารักบี้ฟุตบอลได้ทำให้เราเห็นแล้วว่า ถ้าหากคุณมีน้ำใจนักกีฬามากพอสิ่งนั้นแหละจะนำมาซึ่งมิตรภาพในเกมกีฬา โดยมีเบียร์เป็นตัวเชื่อมประสานความสัมพันธ์ได้ลงตัว

พัฒนาฟุตบอลด้วยความเมากันเถอะ

“ฟุตบอล ผู้ชาย และของมึนเมา” เป็นของคู่กัน วัฒนธรรมการเชียร์กีฬาไปดื่มเบียร์ไปแน่นอนว่ามาจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะยุโรปหรืออเมริกา การดูกีฬาคือการพักผ่อน จึงไม่แปลกที่จะมีเบียร์เสริฟในสนามให้ดื่มไปเชียร์ไปเพื่อรสชาติและความสนุกสนาน แต่พอกลับมาดูในประเทศเราเองแม้จะมีการอะลุ่มอล่วยในบางสนามบอล แต่ตามจริงมันก็ผิดกฎหมายอยู่ดี บางคนเห็นด้วยบางคนไม่เห็นด้วย คนที่เห็นด้วยก็อ้างว่าที่ไหน ๆ ก็ทำกันทำไมจะดื่มไปเชียร์ไปไม่ได้ ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยก็อ้างเรื่องความเมาและการตีกันของแฟนบอล

ควรหรือไม่ควร

                ในสนามบอลไทยลีกตอนนี้ไม่ได้มีแต่ผู้ใหญ่เข้ามาดูเท่านั้น ทุกสนามในตอนนี้มีทั้งเด็กคนแก่ บางกลุ่มก็มาดูกันเป็นครอบครัว หลายคนจึงกังวลว่าจะเป็นตัวอย่างไม่ดีให้แก่เด็ก บางคนก็เถียงว่าถึงไม่มีเบียร์แฟนบอลจะไม่ตีกันเหรอ การดื่มเบียร์กับการตีกันจึงไม่น่าเอามาเกี่ยวกัน ซึ่งการดื่มในสนามบอลคงเป็นเรื่องที่ห้ามกันยาก เพราะแทบทุกสนามสโมรมักจะมีสปอนเซอร์เป็นไม่เบียร์ก็เหล้ายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง รวมถึงเว็บเดิมพันอย่าง VWIN ก็เป็นสปอนเซอร์ให้ด้วย ซึ่งบางสนามให้กินได้แต่ต้องกินนอกสนามห้ามเอาเข้าไป แต่บางสนามก็อนุญาติให้เอาเข้าไปดื่มได้ ซึ่งเท่าที่รู้มีแค่สนามช้างอารีน่าสนามหนึ่งที่ไม่อนุญาติให้เอาของกินใดใดเข้าไปในสนามเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

                ส่วนสนามอื่น ๆ ก็มีการอนุญาตให้นำเข้าไปดื่มได้ เพียงแต่ต้องเป็นของที่ขายโดยสโมสรเท่านั้น และใส่ได้เฉพาะแก้วพลาสติค ซึ่งเป็นทางออกที่ดีว่าถึงแม้จะดื่มได้แต่การต้องเดินไปเดิมมาซื้อเบียร์มาดื่มระหว่างเชียร์บอล คงไม่มีใครที่สามารถดื่มจนขาดสติได้หรอก และการถือแค่แก้วพลาสติคเข้าสนามก็ลดโอกาสการบาดเจ็บหากเกิดการวิวาท

                แน่นอนว่าการดื่มอย่างรับผิดชอบเป็นหน้าที่ของแต่ละคน การพักผ่อนของบุคคล็ไม่ควรไปทำลายความสุขของคนอื่น การเชียร์บอลนั่นจริงอยู่ว่าถึงไม่ต้องมีแอลกอฮอล์ก็สามารถสนุกไปกับเกมได้แต่ก็ต้องยอมรับแหล่ะว่าคนในสนามส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชาย และใคร ๆ ก็อยากที่จะได้บรรยากาศการเชียร์บอลแบบในต่างประเทศ การดื่มไปเชียร์ไปก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เรียกอารมณ์เหมือนการเชียร์บอลต่างประเทศได้มาก และความสนุกในสนามของแฟนบอลมันก็แปรผันโดยตรงกับจำนวนผู้เข้าชมในสนามและผลประกอบการในสนาม ดังนั้นแทบทุกสโมสรย่อมหวังลึก ๆ ว่าการได้ขายเครื่องดื่มในสนามจะเป็นไปได้โดยไม่ต้องหลบซ่อน เพื่อการสร้างวัฒนธรรมการเชียร์บอลในสนามให้มากขึ้น

บอลกับเบียร์ยังไงก็คู่กัน

                หากไม่ปล่อยให้มีการเสริฟเครื่องดื่มในสนามบอลซะบ้าง บางคนก็กลัวว่าแฟนบอลจะหันกลับไปเชียร์บอลตามร้านหรือซื้อเบียร์ไปดื่มที่บ้านเหมือนเดิม แผนการเพิ่มคนดูในสนามในเมืองไทยอาจกลายเป็นแค่ฝันไป การพัฒนาวงการฟุตบอลต้องพึ่งจำนวนคนดูในสนาม เมื่อแฟนบอลจ่ายเพื่อสนับสนุนสโมสร นักเตะก็ย่อมพัฒนาตัวเองเพื่อค่าจ้างและความนิยม วงการก็พัฒนาไปได้ทั้งระบบ