สนามซานติอาโก้ เบอร์นาเบว บัลลังก์แห่งราชันชุดขาว

ถ้าจะพูดถึงสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ทั้งในด้านขนาดและความสำเร็จบนโลกแห่งฟุตบอลแล้วละก็ ชื่อหนึ่งที่จะติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกฟุตบอลจะต้องเป็นชื่อสนาม “ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว” สนามเหย้าของทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ในประเทศสเปนอย่างแน่นอน เพราะตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานบนโลกลูกหนังของสนามแห่งนี้ มีเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มากมายบนโลกฟุตบอลเกิดขึ้นจบลงและถูกจารึก ไว้บนสังเวียนลูกหนังที่ได้ชื่อว่า เป็นบัลลังก์ของราชันชุดขาวแห่งนี้

แรกเริ่มเดิมทีนั้นมาดริดมีสนามเหย้าที่ชื่อว่า คัมโป เด โอดอนเนลในช่วงก่อตั้งสโมสร และได้ทำการย้ายสนามเกิดขึ้นเพื่อรองรับจำนวนแฟนบอลที่มากขึ้นในช่วงปี 1923 มาเป็นสนามที่มีชื่อว่า “ชามาร์ติน” ซึ่งในเวลาต่อมาสนามแห่งนี้ก็กลายเป็นสนามที่เล็กเกินไปอีกครั้ง ตามจำนวนแฟนบอลที่มากขึ้นทุกวันของทีม ทำให้ประธานสโมสรในขณะนั้นเกิดแนวคิดที่จะสร้างสนามขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับฐานแฟนบอลที่จะมากขึ้นไปอีกในอนาคตด้วย จึงได้ทำการสร้างสนามแห่งนี้ขึ้นมาในปี 1943 แต่ก็ยังคงใช้ชื่อสนามตามชื่อเดิมอยู่นั่นคือ “ชามาร์ติน” จนกระทั้งเมื่อปี 1955 จึงได้เปลี่ยนชื่อสนามแห่งนี้ตามชื่อของประธานสโมสรที่ได้ทำการสร้างมันขึ้นมาคือ ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว เยสเต้ และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน

เบอร์นาเบวนั้นปัจจุบันมีความจุสูงถึง 81,044 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นความจุที่ใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งในวงการฟุตบอล นอกจากจะเป็นสนามที่มีขนาดใหญ่แล้ว ภายในยังมีทั้งโรงแรมห้อง พักนักกีฬา พิพิธภัณฑ์และหอเกียรติยศ ซึ่งบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ฟุตบอลของทีมไว้เปิดให้แฟนบอลเข้าไปชมอีกด้วย แถมยังเป็นสนามที่ตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจใจกลางมหานครมาดริดเมืองหลวงของสเปน ทำให้มีผู้คนทั้งแฟนบอลและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก สนใจเข้าเยี่ยมชมสนามแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย ที่สำคัญเบอร์นาเบวยังสถานีรถไฟฟ้าเป็นของตัวเองไว้รองรับผู้คนที่จะเดินทางมาอีกด้วย

ในด้านความสำเร็จและประวัติศาสตร์ฟุตบอลนั้น ซานติอาโก้ เบอร์นาเบวเคยถูกเลือกให้เป็นสังเวียนนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกมาแล้วถึง 3 สมัย และยังเคยเป็นสนามที่ใช้จัดนัดชิงฟุตบอลนัดชิงยูโร 1964 ซึ่งทีมชาติสเปนสามารถคว้าแชมป์ในบ้านตัวเองที่สนามแห่งนี้ได้สำเร็จอีกด้วย และยังมีโอกาสได้จัดฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศอีกหนึ่งครั้งในปี 1982 แต่ครั้งนี้เป็นการบันทึกความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ของอิตาลีแทน เพราะเจ้าภาพอย่างสเปนชิงตกรอบรองชนะเลิศไปก่อนอย่างน่าเสียดาย นอกจากจะเคยผ่านช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ทั้งในส่วนของทีมชาติและทีมสโมสรแล้ว ความสำเร็จของทีมเรอัล มาดริดและเหล่าผู้เล่นระดับโลกหลายคน ต่างก็ก้าวเข้ามาเพื่อตามหาความฝันและความสำเร็จในเส้นทางฟุตบอล ในสนามแห่งนี้กันแบบไม่เคยขาดสาย ทำให้ทุกยุคทุกสมัยที่สนามแห่งนี้จะมีผู้เล่นที่ดีที่สุดของโลกอยู่ในทีมเสมอ และผลที่ตามมาก็คือความสำเร็จที่พวกเขากวาดมาสู่หอเกียรติยศในสนามแห่งนี้มากมายตามไปด้วย ทั้งแชมป์ลีก 34 ใบ แชมเปี้ยนลีก 13 ใบ โคปา เดอ เรย์ 19 ใบ ยังไม่นับรายการย่อยออื่น ๆ เพียงเท่านี้ก็หาทีมที่จะไล่ตามพวกเขาได้ยาก สมกับฉายาที่ถูกเรียกว่า “ราชัน” อย่างแท้จริง

ปัจจุบันซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ไม่ใช่เป็นเพียงสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น สถานที่แห่งนี้ยังกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงมาดริดอีกด้วย นั่นเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างดีว่าสนามแห่งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งในแง่ของรายได้และความสำเร็จด้านฟุตบอล และทางสโมสรกำลังวางแผนที่จะปรับปรุงสนามครั้งใหญ่อีกครั้ง ดังนั้นรับองได้เลยว่า ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว จะยังคงเป็นสถานที่บันทึกเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ของโลกฟุตบอลไปอีกนานเท่านาน

เรอัล คาเฟ่ เบอร์นาเบว สถานที่สำหรับคนพิเศษของราชัน (ชุดขาว)

สนามซานติอาโก เบอร์นาเบว นอกจากจะเป็นสนามกีฬาฟุตบอลที่ใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกแล้ว ที่นี่ยังเต็มไปด้วยบริการต่าง ๆ มากมายทั้งที่เที่ยวที่พักและสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ หากคุณเป็นแฟนบอลของเรอัล มาดริดและได้มาเยือนสนามแห่งนี้ก็คือ ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในใจกลางสนามแห่งนี้ก็คือร้านที่ชื่อว่า “เรอัล คาเฟ่ เบอร์นาเบว” นั่นเอง

เรอัล คาเฟ่ เบอร์นาเบว เป็นสถานที่ที่ทางสโมสรจัดทำไว้เพื่อรองรับแฟนบอลที่มาเยือนสนามแห่งนี้ เพื่อเข้าเยี่ยมชมบรรยากาศภายในสนามที่ยิ่งใหญ่ของทีม และรับประทานอาหารหรือดื่มอะไรเย็น ๆ ไปพร้อม ๆ กัน โดยภายในร้านอาหารแห่งนี้จะมีอาหารหลายอย่างไว้บริการ โดยสามารถมองทะลุกระจกออกไปเห็นบรรยากาศภายในสนามอีกด้วย ซึ่งหากคุณคือสาวกของทีมราชันชุดขาวแล้วละก็ ภาพบรรยากาศภายในร้านที่ทางสโมสรจัดไว้ให้นี้จะประทับใจคุณอย่างแน่นอน ส่วนอาหารที่มีไว้บริการแขกวีไอพีนั้นก็จะเป็นอาหารง่าย ๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉลี่ยแล้วก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียว แต่ก็มีบ้างที่ผู้เข้าไปใช้บริการจะบ่นว่าไม่คุ้มกับราคาที่จ่ายไป (ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ราว ๆ 30 ยูโรหรือประมาณหนึ่งพันบาท) แต่ก็อย่างว่านั่นแหละถ้าหากคุณเป็นสาวกราชันชุดขาว และเดินทางไปเยือนถึงซานติอาโก เบอร์นาเบวแล้ว ค่าใช้จ่ายประมาณนี้ก็นับว่าคุ้มค่ากับการบรรยากาศที่มองทะลุออกไปเห็นสนามของทีมรักของคุณ

ร้านอาหารภายในสนามแห่งนี้จะมีไว้รองรับแฟนบอลทั้งในรูปแบบของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมสนาม รวมไปถึงเป็นที่นั่งวีไอพีในวันที่มีการแข่งขัน หรือที่เรียกว่า “แมทช์ เดย์” อีกด้วย ซึ่งการได้นั่งบนที่นั่งพิเศษพร้อมอาหารและเครื่องดื่ม ก็จะเพิ่มอรรถรถในการชมเกมของทีมราชันให้มากขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน ราวกับคุณเป็นแขกพิเศษของราชาชุดขาวแห่งกรุงมาดริดเลยก็ว่าได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าพื้นที่ส่วนนี้มีค่อนข้างจำกัด ทำให้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับชมบรรยากาศแบบนี้ได้

ปัจจุบันในขณะที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ทางสโมสรเลือกไปใช้บริการสนามอัลเฟรโด ดิ สเตฟานโน่ ของทีมสำรองที่มีความจุน้อยกว่าแทน ในช่วงที่มีการกลับมาแข่งใหม่แบบไม่มีแฟนบอลเข้าชมในสนาม เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขัน โดยทางสโมสรถือโอกาสนี้ปรับปรุงและพัฒนาซานติอาโก เบอร์นาเบวไปด้วยในตัว โดยมีข่าวมาว่าเตรียมจะทุ่มงบพัฒนาสนามครั้งใหญ่ถึง 500 ล้านยูโรเลยทีเดียว และแน่นอนว่า “เรอัล คาเฟ่ เบอร์นาเบว” คงจะได้รับการพัฒนาและปรับปรุงไปด้วย ซึ่งหากดูจากศักยภาพของสโมสรแห่งนี้แล้ว เชื่อว่าสถานที่ต้อนรับคนพิเศษของราชันชุดข่าวแห่งนี้ จะต้องมีอะไรมาเซอร์ไพรส์แฟนบอลอีกอย่างแน่นอน